ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้อินเดียลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชื่อว่า อุตสาหกรรมการผลิตแฟชั่นของอินเดียจะได้รับผลดี "หากวางแผนอย่างเหมาะสม"
Trump claims India has agreed to cut its tariffs “way down” which could be beneficial to India’s fashion sector. Credit: WESTOCK PRODUCTIONS/Shutterstock.
จากรายงานของ Financial Times รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังกดดันให้อินเดียปรับลดภาษี ในขณะที่ Bloomberg รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มองว่าภาษีที่สูงของอินเดียนั้นเป็นอุปสรรคที่ไม่ยุติธรรมต่อบริษัทของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับนโยบายภาษีของอินเดียถึง 3 ครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม เขาเน้นย้ำว่า อินเดียเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงมาก และกล่าวถึงว่า สหรัฐฯ จะใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีตอบโต้กับประเทศที่เรียกเก็บภาษีจากสินค้าของสหรัฐฯ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า อินเดียเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ สูงมากจนแทบขายสินค้าไม่ได้ และอ้างว่าอินเดียตกลงที่จะลดภาษีลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่าอินเดียปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าว
ถึงแม้จะมีความขัดแย้งเรื่องภาษี แต่การค้าระหว่างสองประเทศก็เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยในปี พ.ศ. 2566 มีมูลค่าถึง 1.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้สหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ทั้งสองผู้นำตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าให้ถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2573
ล่าสุด รัฐบาลอินเดียภายใต้นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้ผ่อนปรนหลายประการเพื่อประนีประนอมรัฐบาลทรัมป์และกระชับความสัมพันธ์ รวมถึงการลดภาษีสินค้าบางประเภท เช่น รถจักรยานยนต์พรีเมียมและวิสกี้ และให้คำมั่นว่าจะซื้อพลังงานและยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อินเดียยังเคยพิจารณาลดภาษีสินค้าอื่น ๆ อีกหลายรายการ เช่น รถยนต์ สินค้าเกษตรบางชนิด เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์จำเป็น เครื่องมือแพทย์บางประเภท และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแฟชั่นมองว่าการลดภาษีนำเข้าจะส่งผลดีต่อทั้งอินเดียและสหรัฐฯ
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแฟชั่นมองว่า การลดภาษีนำเข้าจะส่งผลดีต่อทั้งอินเดียและสหรัฐฯ โดย Robert P Antoshak จาก Grey Matter Concepts เชื่อว่า อินเดียจะได้รับประโยชน์จากการลดภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ฝ้ายและเส้นใยสังเคราะห์ เพื่อรองรับการผลิตเสื้อผ้ากีฬา
และ คุณ Neil Saunders นักวิเคราะห์จาก GlobalData เห็นด้วยว่า อินเดียมีความร่วมมือด้านภาษีและหวังว่าจะได้รับการยกเว้นจากภาษีที่เข้มงวดของสหรัฐฯ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมทั้งยังมองเห็นโอกาสที่อินเดียจะดึงดูดธุรกิจจากประเทศอื่น เช่น จีน ในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ หากรักษาเสถียรภาพทางการค้ากับสหรัฐฯ ได้
อย่างไรก็ตาม Dr. Sheng Lu ศาสตราจารย์จาก University of Delaware ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของนโยบาย "ภาษีตอบโต้" ของทรัมป์ แม้ว่าปัจจุบันอัตราภาษีนำเข้าเสื้อผ้าของสหรัฐฯ จะค่อนข้างต่ำ แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงมีภาวะขาดดุลการค้าเสื้อผ้าที่สำคัญ นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมภายในประเทศของสหรัฐฯ บางกลุ่มสนับสนุนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากเอเชีย ซึ่งอาจส่งผลให้อินเดียและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ เผชิญกับการขึ้นภาษีได้ Dr. Lu ยังอธิบายถึงหลักการ MFN ของ WTO ซึ่งหมายความว่าหากอินเดียลดภาษี ก็จะต้องลดให้กับสมาชิก WTO ทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่อินเดียกังวลเนื่องจากอาจเพิ่มการแข่งขัน โดยเฉพาะจากจีน
-------------------------------------------
Source: JustStyle.com
Photo credit: WESTOCK PRODUCTIONS/Shutterstock