หน้าแรก / THTI Insight / ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม / รองประธานสมาคม ITHIB คาดว่า การเลือกตั้งในสหรัฐฯ จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับการส่งออกสิ่งทอของตุรเกีย ในปี 2025

รองประธานสมาคม ITHIB คาดว่า การเลือกตั้งในสหรัฐฯ จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับการส่งออกสิ่งทอของตุรเกีย ในปี 2025

กลับหน้าหลัก
06.05.2567 | จำนวนผู้เข้าชม 85

รองประธานสมาคม ITHIB คาดว่า การเลือกตั้งในสหรัฐฯ จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับการส่งออกสิ่งทอของตุรเกีย ในปี 2025

‘รองประธานสมาคมผู้ส่งออกสิ่งทอและเครื่องแต่งกายของนครอิสตันบุล (Istanbul Textile and Apparel Exporter Association หรือ ITHIB) เชื่อว่า การเลือกตั้งในสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสิ่งทอของตุรเกียในอีก 2-3 ปีข้างหน้า’

Öksüz ประธานกรรมการสมาคม ITHIB มองว่า การผลิตที่ยั่งยืนและเชิงนวัตกรรม ต่างเป็นโอกาสที่ดีที่สุด สำหรับผู้ผลิตสิ่งทอของตุรเกีย

ระหว่างงานแสดงสินค้า Texhibition Istanbul Fabric, Yarn, and Textile Accessories Fair คุณ Fatih Bilici รองประธาน และคุณ Ahmet Öksüz ประธานกรรมการสมาคม ITHIB กล่าวถึงอนาคตของตลาดสิ่งทอของตุรเกีย และประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังมีปัญหาในปัจจุบัน

โดยคุณ Bilici กล่าวถึงขนาดของตลาดสิ่งทอของตุรเกียในปัจจุบันว่า การส่งออกสิ่งทอของตุรเกีย เพิ่มขึ้นรอยละ 10 เป็น 11.6 พันล้านเหรียญฯ เมื่อปีที่แล้ว และการส่งออกเติบโตดีในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ คุณ Bilici ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ตุรเกียมีความสามารถในการส่งออกที่ดีมาก โดยเฉพาะปีที่ผ่านมา เนื่องจากโรงงานส่วนใหญ่สั่งซื้อเครื่องจักรใหม่เป็นจำนวนมาก และพยายามดันการกำลังการผลิตให้กลับมาเพิ่มขึ้นหลังจากวิกฤตโควิด-19

คุณ Öksüz เห็นว่า ปัญหาที่อุตสาหกรรมสิ่งทอกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เป็นปัญหาเดียวกับที่ทั่วโลกประสบ อาทิ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

และคูณ Bilici กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์การโจมตีในทะเลแดงมีผลกระทบในตุรเกีย เพราะถึงแม้ว่าจะจัดหาวัตถุดิบ เช่น ฝ้ายในประเทศ แต่ก็ซื้อจากสหรัฐฯ ด้วย ทำให้เกิดความล่าช้า แต่ก็ทำให้ตุรเกียได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน

พร้อมกล่าวว่าเพิ่มเติมว่า ความวุ่นวายทางสังคมและการเมืองระหว่างรัสเซียและยูเครน มีผลกระทบต่อการดำเนินการของอุตสาหกรรมสิ่งทอ และถึงแม้ในปัจจุบัน ตุรเกียจะไม่ได้ส่งออกไปรัสเซีย แต่สินค้าก็ไปถึงรัสเซียผ่านทางดูไบ กล่าวคือ บริษัทขายให้ดูไบ และดูไบขายต่อให้รัสเซีย อย่างไรก็ตาม เมื่อสงครามจบแล้ว เขาคาดว่า ธุรกิจและการส่งออกสิ่งทอจะกลับมาเหมือนเดิม

คุณ Bilici กล่าวว่า ตลาดหลักของอุตสาหกรรมสิ่งทอของตุรเกีย ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร สเปน สหรัฐฯ เบลารุส เม็กซิโก อิหร่าน และอียิปต์ โดยยุโรปเป็นตลาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะทำค้ากับสหภาพยุโรป คิดเป็นร้อยละ 17.6 ของมูลค่าการค้า แต่ตัวเลขดังกล่าวได้ลดลง แสดงว่าเศรษฐกิจของยุโรปกำลังแย่ลง แต่ก็หวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ต่อประเด็นเรื่องพลวัตของตลาด คูณ Bilici กล่าวว่า ผู้ส่งออกสิ่งทอของตุรเกียกำลังกระจายตลาดอย่างมีกลยุทธ์ โดยมุ่งไปที่ตลาดเกิดใหม่ เช่น เม็กซิโก ในขณะที่รักษาตลาดที่มีอยู่ เช่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ทั้งนี้ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้นำบริษัท 25-30 แห่ง ไปเยือนกรุง Mexico City เขาเน้นการต้องปรับตัวของอุตสาหกรรมในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น ในเม็กซิโก ซึ่งมีจำนวนประชากรมาก และเป็นโอกาสที่สำคัญ ถึงแม้ภาษีจะสูง

เขายังเน้นว่า โคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน ออสเตรเลียและแคนาดา มีศักยภาพที่จะเป็นพันธมิตรในอนาคต เช่นเดียวกับยุโรปตะวันออก และประเทศอดีตบริวารของสหภาพโซเวียต รวมทั้งโอกาสในสหรัฐฯ ในอีก 5 เดือน ก็จะนำบริษัท 45-50 แห่งไปนครลอสแอนเจลีส สำหรับโอกาสในการทำธุรกิจระหว่างบริษัท

คุณ Öksüz สะท้อนความรู้สึกเดียวกัน และกล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอของตุรเกียเป็นผู้เล่นหลักในตลาดโลก เพราะเป็นที่รู้จักทางด้านคุณภาพ นวัตกรรม และมรดกสิ่งทอที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ กำลังแสวงหาตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากตลาดดั้งเดิมในยุโรปและสหรัฐฯ และกำลังจัดคณะผู้แทนทางการค้า ไปยังประเทศที่ห่างไกล เช่น สาธารณรัฐโดมินิกัน เม็กซิโก และเกาหลีใต้ เขาชี้ให้เห็นว่า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดตลาดต่างประเทศ อุตสาหกรรมสิ่งทอของตุรเกียกำลังมุ่งไปที่กลยุทธ์หลายประการ เช่น นวัตกรรม ความยั่งยืน การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบ การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ และการกระจายตลาด

ท่ามกลางการเรียกร้องทั่วโลกให้มีความยั่งยืน อุตสาหกรรมสิ่งทอของตุรเกียยืนอยู่แถวหน้า โดยดำเนินการทอผ้าผืนอย่างมีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรม ได้รับแรงขับเคลื่อนจากทั้งความต้องการของตลาดและความปรารถนาอย่างแท้จริงที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เขากล่าวว่า ได้ปลูกต้นไม้ใหม่เกือบ 10,000 ต้นซึ่งโตขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็พยายามมีความเป็นกลางทางคาร์บอน ในขณะเดียวกัน ก็พยายามใช้น้ำและพลังงานน้อยลง และกำลังมุ่งไปสู่การใช้พลังงานแสงอาทิตย์

ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังดำเนินความพยายามดังกล่าว คุณ Bilici ตั้งข้อสังเกตว่า ความท้าทายตลอดเวลาของความยั่งยืนจะทับซ้อนกับความต้องการของตลาด สำหรับการผลิตที่เร็วและคุ้มทุน เช่น เมื่อย้อมสิ่งทอ แต่ลูกค้าไม่พอใจ ก็ต้องล้างและย้อมอีก ซึ่งหมายความต้องใช้น้ำมากขึ้น 2 หรือ 3 เท่า ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาในการบรรลุความยั่งยืน เนื่องจากการย้อมสีและการใช้สารฟอกขาวเป็นประจำ เพื่อให้ได้สิ่งทอที่มีสีตามต้องการ ต้องใช้น้ำ พลังงาน และทรัพยากรอื่น ๆ

แต่ก็มีอีกด้านของความยั่งยืน เพราะปัจจุบัน มีข้อบังคับสำหรับผู้ผลิตที่จะต้องทำการประเมินเป็นประจำ จากแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Zara ของ Inditex และหากไม่สามารถทำตามกฎเกณฑที่กำหนด ก็อาจถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ขายผลิตภัณฑ์

คุณ Öksüz อธิบายว่า ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการผลิตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับผู้ผลิตสิ่งทอ 

การตระหนักที่เพิ่มขึ้นเรื่องสิ่งแวดล้อมและความต้องการของผู้บริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม มีความสำคัญต่อโลกและต่ออนาคตของเรา การผลิตที่เคารพสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ และการบรรลุโครงสร้างการผลิตที่ยั่งยืน เป็นหนึ่งของคำขวัญหลักของอุตสาหกรรมสิ่งทอของตุรเกีย พร้อมย้ำความสำคัญของการจัดลำดับความยั่งยืนและนวัตกรรม ว่าเป็นวัตถุประสงค์หลักสำหรับบริษัทต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่จะเติบโตด้วยเช่นกัน

การคาดการณ์ของคุณ Bilici เห็นว่า สถานการณ์น่าจะมีทิศทางเป็นบวกและสภาพเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นหลังการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน คาดว่า สถานการณ์จะดีขึ้นหลังเดือนกันยายน และหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า สำหรับงานแสดงสินค้า Texhibition Istanbul สะท้อนให้เห็นจากจำนวนผู้ออกงานแสดงสินค้ามากขึ้น และจำนวนพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งขั้นตอนการคัดเลือกที่รอบคอบ เพื่อให้มีคุณภาพและความยั่งยืน เขากล่าวว่า ปัจจุบัน เรามีบริษัท 557 แห่ง และมีบริษัทอีกกว่า 200 แห่งที่กำลังรออยู่ เพราะเรามีคณะกรรมการอนุมัติ เรากำลังเลือกบริษัทที่สามารถขายสินค้าส่งออกได้ และดูในส่วนของการปกป้องสิ่งแวดล้อม และความสามารถในการผลิตสินค้าที่บริษัทและผู้ซื้อต้องการ

ทั้งนี้ คุณ Öksüz เชื่อว่า นวัตกรรมก็มีบทบาทที่สำคัญเช่นกัน นอกเหนือจากความยั่งยืน ซึ่งรวมการพัฒนาการพิมพ์แบบ 3 มิติ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้ และการพัฒนาวัสดุที่ยั่งยืนใหม่ๆ ที่สามารถนำไปผลิตสิ่งทอ ที่ไม่เพียงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีคุณภาพและการใช้งานที่เหนือกว่า และอีก 1 กลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับประเทศใหม่ ๆ ในขณะที่อุตสาหกรรมสิ่งทอของตุรเกียยังคงพยายามเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดใหม่ ๆ ต่อไป

-------------------------------------

Source: JustStyle.com 

Photo credit: Shutterstock

กฎระเบียบสิ่งทอ, ITHIB VP, US, Türkiye, Textile, export, 2025, THTI, Fashion Intelligence Unit, FIU, FIU_'67