หน้าแรก / THTI Insight / ข่าวรายวัน / ส่งออกอัญมณีฯยังเป็นดาวรุ่ง10เดือนพุ่ง37.38%

ส่งออกอัญมณีฯยังเป็นดาวรุ่ง10เดือนพุ่ง37.38%

กลับหน้าหลัก
13.12.2565 | จำนวนผู้เข้าชม 381

ส่งออกอัญมณีฯยังเป็นดาวรุ่ง10เดือนพุ่ง37.38%  เหตุเป็นช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ แนะผู้ประกอบการเจาะตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและตะวันออกกลาง เจาะลูกค้าตลาดบน

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ในช่วง 10 เดือนของปี 2565 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่า 6,778.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.38% และหากรวมทองคำ มีมูลค่า 13,620.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 66.50% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักของโลก และเริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอยปลายปี ทั้งคริสต์มาสและปีใหม่ เข้ามากระตุ้นการบริโภค ทำให้มีความต้องการสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขึ้น

สำหรับสินค้าที่มีการส่งออกได้เพิ่มขึ้น เช่น เครื่องประดับเงิน เพิ่ม 5.72% เครื่องประดับทอง เพิ่ม 53.03% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่ม 10.35% เพชรก้อน เพิ่ม 25.85% เพชรเจียระไน เพิ่ม 55.88% พลอยก้อน เพิ่ม 63.04%

พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่ม 73.76% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่ม 104.46% เครื่องประดับเทียม เพิ่ม 25.19% เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทำจากโลหะมีค่า เพิ่ม 15.28%

 ทั้งนี้ เฉพาะทองคำ ส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 50.23% ของยอดส่งออกรวม 10 เดือน มีมูลค่า 6,842.31 ล้านดอลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 110.74% ซึ่งเป็นการส่งออกเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความต้องการของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลง จากการที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่เชื่อว่าแนวโน้มราคาจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากการที่เฟดชะลอการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ชะลอลง

ส่วนตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวได้ดี เช่น สหรัฐฯ เพิ่ม 26.90% อินเดีย เพิ่ม 115.74% ฮ่องกง เพิ่ม 10.12% เยอรมนี เพิ่ม 10.26% สิงคโปร์ เพิ่ม 178.10% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 41.87% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 87.15% เบลเยี่ยม เพิ่ม 36.18% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 39.24% ญี่ปุ่น เพิ่ม 10.90% และอื่น ๆ เพิ่ม 26.95%

สำหรับแนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ คาดว่าจะยังขยายตัว แม้ว่าเริ่มมีสัญญาณการหดตัวของคำสั่งซื้อจากประเทศคู่ค้า แต่การเข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปี ทำให้จับจ่ายใช้สอยจะเป็นปัจจัยหนุนทำให้มีการบริโภคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ แต่ผู้ประกอบการ จะต้องวางแผนขยายตลาดไปยังตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและตะวันออกกลาง ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ควบคู่ไปกับการรักษาตลาดเดิม และต้องเน้นการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รักษาคุณภาพมาตรฐาน ให้ตรงตามที่ผู้บริโภคต้องการ หรือทำสินค้าเกรดพรีเมียม เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มบนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจน้อยกว่า

 ในด้านการทำตลาด ควรจะให้มาใช้เทคโนโลยีอย่าง AR หรือ VR นำเสนอสินค้าออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสสินค้าใกล้เคียงความจริง ก่อให้เกิดความประทับใจและสร้างโอกาสในการซื้อได้เร็วขึ้น และต้องหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาดโลก ซึ่งปัจจุบันไทยมีสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ให้บริการด้านข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ การตรวจสอบ และสร้างมาตรฐาน GIT Standard และบริการด้านการอบรมด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้บริการได้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม

ที่มา : https://www.thansettakij.com/business/economy/549979

 

สิ่งทอ, เศรษฐกิจ, ข่าวรายวัน