
รัฐบาลเดินหน้าสร้างโอกาส สร้างแรงบันดาลใจ ผลักดัน Soft Power ไทย ให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 4 ล้านล้านบาท ยกระดับชีวิตคนไทยทุกครัวเรือน ด้วยการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน เพื่ออบรม 13 หลักสูตรฟรี กับนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อ Upskill-Reskill
ล่าสุด นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวันที่ 4 ก.ค. 67 ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มุ่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการผลักดันอุตสาหกรรม Soft Power ไทยให้เติบโต ยกระดับทักษะขั้นสูงแก่แรงงานไทย พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากงาน THACCA SPLASH - Soft Power Forum 2024 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 - 30 มิถุนายน 2567
ซึ่งได้รับกระแสความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ที่มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดที่ตกผลึกเป็นนโยบายที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปขับเคลื่อนการทำงานต่อเนื่อง เพื่อสร้างพื้นที่การรับรู้ให้ Soft Power ไทย ก้าวสำคัญในการผลักดัน 11 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสู่เวทีโลก ตั้งเป้า 4 ปี สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 4 ล้านล้านบาท
งาน THACCA SPLASH - Soft Power Forum 2024 แม้จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกก็สามารถดึงดูดผู้ชมจากหลายช่วงวัย สร้างแรงบันดาลใจ เวทีแลกเปลี่ยน และการรับรู้ถึงศักยภาพของ Soft Power ไทย โดยนับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดัน 11 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสู่เวทีระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้:
1. สาขาหนังสือ
ส่งเสริมงานแปลและงานเขียนไทยสู่ตลาดต่างประเทศ มีโครงการแปลหนังสือไทยไปต่างประเทศ และสร้างนักแปล นักวาดภาพประกอบ
2. สาขาภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน
ผลักดันการตั้งสภาภาพยนตร์ และการจัดหลักสูตรให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง
3. สาขาอาหาร
โครงการ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย” พัฒนาคนในอุตสาหกรรมอาหาร 6,500 คนในปีนี้ และ 15,000 คนในปี 2568 ฝึกอบรมกับสถาบันศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนพืชสมุนไพร
สาขาการออกแบบ
ผลักดันนักออกแบบไทยสู่สากล จัดทำนิตยสารเผยแพร่ผลงานนักออกแบบไทย และเปิดตัวนิตยสารในเมืองใหญ่ทั่วโลก
5. สาขาการท่องเที่ยว
ส่งเสริมการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว แหล่งวัฒนธรรม กระจายรายได้สู่จังหวัดที่น่าเที่ยวอื่น ๆ และพัฒนาหลักสูตรการเป็นเจ้าบ้านที่ดี
6. สาขาดนตรี
ส่งเสริมบุคลากรด้านดนตรี ให้โอกาสเด็กไทยเรียนรู้ พร้อมสนับสนุนศิลปินไทย เพลงไทย และดนตรีพื้นถิ่นสู่เวทีโลก
7. สาขาเกม
จัดการแข่งขันเกมระดับท้องถิ่น เพิ่มสัดส่วนมูลค่าของเกมในประเทศไทย และจัดงานอีสปอร์ตให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
8. สาขาเทศกาล
ถ่ายทอดเรื่องราวและประวัติศาสตร์ไทยผ่านการท่องเที่ยว พร้อมอบรม KOL ให้เล่าเรื่องราวจากงานเทศกาลเพื่อการจดจำและบอกต่อไปทั่วโลก
9. สาขาศิลปะ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม
ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล Thailand Art Move พร้อมเปิดให้ชมผลงานศิลปะมูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ในปี 2568 และฝึกอบรมพัฒนาคน
10. สาขาแฟชั่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ความงาม และงานฝีมือ
ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและช่างฝีมือภายในประเทศ ผ่านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และเสริมสร้างศักยภาพศิลปิน
11. สาขากีฬา
ผลักดันมวยไทยสู่เวทีโลก โดยสร้างบุคลากรมวย มีผู้ผลิตสินค้ามวยขายทั้งในประเทศและส่งออก
นายชัย กล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายตามแนวนโยบายยุทธศาสตร์ Soft Power ภายในระยะเวลา 4 ปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 4 ล้านล้านบาท ยกระดับชีวิตคนไทยทุกครัวเรือนให้มีรายได้ 200,000 บาทต่อปี สร้างงาน สร้างอาชีพให้ประชาชนและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จำนวน 20 ล้านตำแหน่ง
นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ (One family One Soft power: OFOS) เพื่อ Upskill-Reskill ทักษะสร้างสรรค์ สามารถลงทะเบียนเพื่ออบรมหลักสูตรได้ฟรี ผ่านเว็บไซต์ https://ofos.thacca.go.th
“นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าไทยมีศักยภาพพร้อมจะได้รับการผลักดันสนับสนุน โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นปฐมบทสำคัญสู่การเชื่อมโยงการดำเนินงานจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรม สร้างแรงบันดาลใจ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ เป็นทิศทางสำหรับอนาคตให้แก่ Soft power ไทย ซึ่งรัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายพัฒนาทักษะและศักยภาพของคนไทย เพื่อเพิ่มโอกาส สร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตประชาชนทุกสาขาอาชีพ นำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างมีประสิทธิภาพ” นายชัย กล่าว
ที่มา : https://www.thansettakij.com/business/economy/600914