เวียดนามปฏิบัติและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเอฟทีเออย่างมีประสิทธิภาพ

Keyword:     eu  fta  vov  ความเคลื่อนไหวสิ่งทอ  เวียดนาม 

 

ถึงขณะนี้ เวียดนามได้ลงนามและกำลังปฏิบัติข้อตกลงการค้าเสรีระดับภูมิภาคและทวิภาคี 10 ฉบับ เช่นข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน – จีน ข้อตกลงการค้าสินค้าอาเซียน – สาธารณรัฐเกาหลี ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจในทุกด้านอาเซียน – ญี่ปุ่น ข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน – ออสเตรเลีย – นิวซีแลนด์ ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจเวียดนาม – ญี่ปุ่น และข้อตกลงเอฟทีเอเวียดนาม – ชิลี เป็นต้น

ในจำนวนข้อตกลงเอฟทีเอที่เวียดนามเข้าร่วม ข้อตกลงการค้าเสรีอียู – เวียดนามหรืออีวีเอฟทีเอได้รับความสนใจมากที่สุดจากผู้บริหารและผู้ประกอบการทั้งภายในและต่างประเทศเพราะถือเป็นข้อตกลงที่รอบด้าน มีคุณภาพสูงและมีความสมดุลด้านผลประโยชน์ ตามข้อตกลงฉบับนี้ อียูและเวียดนามให้คำมั่นว่า จะลดภาษีให้แก่สินค้าร้อยละ 99 รายการ เก็บภาษีร้อยละ 0 ต่อสินค้าส่งออกที่เป็นจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า สัตว์น้ำ สินค้าเกษตรของเขตร้อนและเครื่องเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนาม รถยนต์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ เภสัชภัณฑ์และสินค้าการเกษตรจากเขตสภาพอากาศอบอุ่นของอียู สถานประกอบการอียูจะได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นในการลงทุนและประกอบธุรกิจในเวียดนาม โดยเฉพาะในด้านที่ีอียูมีจุดแข็งคือการเงิน ธนาคาร การขนส่ง เป็นต้น นายเวืองดิ่งเหวะ รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้ให้ข้อสังเกตว่า อีวีเอฟทีเอมีข้อกำหนดที่เปิดเผย ก้าวหน้า ค้ำประกันบรรยากาศการประกอบธุรกิจที่เปิดกว้างและน่าดึงดูดใจ ซึ่งจะช่วยให้เวียดนามดึงดูดเงินทุนที่มีคุณภาพสูงจากอียูมากขึ้น “ข้อตกลงอีวีเอฟทีเอและข้อตกลงเอฟทีเอใหม่ๆ ซึ่งเป็นผลดีของกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่รูปแบบการขยายตัว การลงทุน การประกอบธุรกิจบวกกับศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของประเทศเวียดนามที่ทันสมัยจะมีส่วนร่วมต่อการผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรป โดยเฉพาะกับเบลเยี่ยมให้พัฒนาในทุกด้านอย่างเข้มแข็งและลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน”

ในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจและการค้าโลกและภูมิภาคมีสัญญาณฟื้นฟูที่น่ายินดี การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าระดับภูมิภาคและข้อตกลงการค้าเสรีมีความหมายสำคัญเป็นอย่างมากเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การขยายตัวของเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนของภูมิภาค ท่านเหงียนซวนฟุ๊ก นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะกรรมการชี้นำแห่งชาติเกี่ยวกับการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกได้มีคำสั่งให้กระทรวงและหน่วยงานต่างๆปฏิบัติและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเอฟทีเออย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเตรียมพร้อมให้แก่การปฏิบัติข้อตกลงเอฟทีเอใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ทำการตรวจสอบเป็นประจำและค้ำประกันการปฏิบัติเอฟทีเออย่างจริงจัง เกาะติดปัญหาที่เกิดขึ้นและเสนอมาตรการแก้ไขอย่างทันท่วงทีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติคำมั่นเอฟทีเอและกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ การเผยแพร่ ช่วยเหลือสถานประกอบการและประชาชนในการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเอฟทีเอ

การปฏิบัติข้อตกลงเอฟทีเอและการผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างลึกได้ส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและกระบวนการพัฒนาเป็นประเทศที่ทันสมัย ขยายตลาดการส่งออกให้แก่สินค้าเวียดนามและช่วยให้เวียดนามเข้าร่วมในห่วงโซ่มูลค่าและเครือข่ายการผลิตของโลกมากขึ้น ยกระดับมูลค่าการส่งออกของสินค้าหลัก ปรับปรุงบรรยากาศการประกอบธุรกิจตามแนวทางที่โปร่งใสและสะดวกมากขึ้น ในการกล่าวปราศรัยในฟอรั่มการผสมผสานเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามเหงียนซวนฟุ๊กได้ยืนยันว่า รัฐบาลเวียดนามยืนหยัดแนวทางการผสมผสานอย่างรอบด้านโดยเน้นถึงการผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลกและเข้าร่วมข้อตกลงเอฟทีเอฉบับต่างๆ “รัฐบาลเวียดนามถือการผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลกเป็นแรงกระตุ้นเพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจผลักดันการขยายตัวและการพัฒนา ดังนั้นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจตามทัศนะ เศรษฐกิจเชิงตลาดตามแนวทางสังคมนิยมจะต้องทำการปฏิรูปภายในอย่างเข้มแข็งเพื่อให้สอดคล้องกับการผสมผสานเข้ากับกระเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงความปลอดภัยด้านอาหาร การสร้างสรรค์เครื่องหมายการค้า การปรับเปลี่ยนองค์ประกอบ การเปลี่ยนแปลงใหม่รูปแบบการขยายตัว ส่งเสริมรัฐบาลเพื่อการพัฒนาในเชิงสร้างสรรค์เพื่อปรับปรุงระเบียบการ โดยเฉพาะสร้างสรรค์บรรยากาศการประกอบธุรกิจให้สมบูรณ์และดีขึ้น"

การผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลกได้ช่วยเวียดนามเป็นอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจและปรับปรุงนโยบายต่างๆ ในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจ การค้าโลกและภูมิภาคมีสัญญาณฟื้นฟูอย่างน่ายินดี การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าภูมิภาคและข้อตกลงการค้าเสรีมีความหมายสำคัญเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนของเวียดนาม

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอะแนะ

เมื่อหันมามองไทย เรื่องการเจรจา FTA กับ EU ที่เคยเปิดการเจรจากันไปแล้วหลายรอบ แต่ต้องหยุดชะงักไป เพราะเหตุผลทางการเมืองของฝ่ายไทย ตั้งแต่ปี 2557 นับว่าเป็นการเสียโอกาสทางการค้าไปมาก

 

ดังนั้น การรื้อฟื้นการเจรจา FTA ไทยและอียูควรทำอย่างเร่งด่วน เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันและส่งเสริมโอกาสการค้าและการลงทุนของไทยในตลาดยุโรป รวมทั้งยังผลักดันประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียด้วย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น เวียดนาม ได้ก้าวแซงหน้าเราไปหมดแล้ว ไทยเราได้เสียโอกาสแรกในการเข้าตลาดยุโรปไปในหลายภาคธุรกิจอุตสาหกรรม หากเรายังไม่เร่งการเจรจา FTA กับ EU ผลกระทบของการไม่มี FTA กับ EU ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมี FTA กันไปหมดคงปรากฏชัดยิ่งขึ้น

 

ที่มา: VOV5.VN - https://goo.gl/R4Luui

โดย: Quang Dung, Vu Dung, Vinh Phong VOV

 

Share this Post:
View article: 107