สถานการณ์การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคม ปี 2560

Keyword:     2560  git  นำเข้าส่งออกอัญมณี  ม.ค.-ต.ค.  สถานการณ์  อัญมณีและเครื่องประดับ  อุตสาหกรรม 

สถานการณ์การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคม ปี 2560

การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในรูปเงินเหรียญสหรัฐฯตามพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71* ในระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคม ปี 2560 มีมูลค่าลดลงร้อยละ 8.79 (ร้อยละ 11.72 ในหน่วยของเงินบาท) จากเดิมในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2559 ที่มีมูลค่า 12,374.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (435,581.28 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 11,286.51 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (384,509.86 ล้านบาท) นับเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญในอันดับที่ 3 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.77 ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย ทั้งนี้ หากพิจารณามูลค่าส่งออกไม่รวมทองคำฯ พบว่า การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 6,029.44 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (205,553.58 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 0.90 (ลดลงร้อยละ 1.98 ในหน่วยของเงินบาท)

แผนภาพตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย (รวมทองคำ) ในเดือนมกราคม – ตุลาคมปี 2560

ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

สถานการณ์การส่งออก

สินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุดในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ คือทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูปในสัดส่วนร้อยละ 46.58 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยโดยรวมและมีมูลค่าลดลงร้อยละ 17.85 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559จากการส่งออกไปยังหลายตลาดสำคัญได้ลดลง โดยเฉพาะสวิตเซอร์แลนด์ที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดราวร้อยละ 62 และสิงคโปร์ ตลาดในอันดับ 3 ได้ลดลงร้อยละ 16.20 และร้อยละ 49.39 ตามลำดับ ขณะที่กัมพูชา ตลาดในอันดับ 2 ยังสามารถขยายตัวได้ร้อยละ 92.08 ทั้งนี้เมื่อพิจารณาการส่งออกทองคำในเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียวพบว่า มีมูลค่าลดลงถึงร้อยละ 90.42 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาทองคำในเดือนดังกล่าวที่ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ย 1,279.51 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ (http://www.kitco.com) เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ จากกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ และความเป็นไปได้ที่แผนปฏิรูปภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐจะได้รับการรับรองจากสภาคองเกรส อีกทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นทำนิวไฮติดต่อกันหลายวันส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำ และหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงแทน

เครื่องประดับแท้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญในอันดับที่ 2 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 27.42 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม และมีมูลค่าสูงขึ้นร้อยละ 2.13 โดยการส่งออก เครื่องประดับทองหดตัวลงต่อเนื่องร้อยละ 3.69 อันเนื่องมาจากอุปสงค์ต่อเครื่องประดับทองอ่อนแอตามความผันผวนของเศรษฐกิจโลกมีผลให้ไทยส่งออกไปยังตลาดส่วนใหญ่ได้ลดลง โดยเฉพาะตลาดหลักใน 3 อันดับแรกอย่างฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตามลำดับ ทั้งนี้ จากรายงานของ World Gold Council พบว่าในไตรมาส 3 ความต้องการบริโภคเครื่องประดับทองของโลกลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เครื่องประดับเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.57 จากการส่งออกไปยังเยอรมนี และออสเตรเลีย ตลาดในอันดับ 2 และ 3 ซึ่งมีมูลค่าเติบโตร้อยละ 12.95 และร้อยละ 47.06 ตามลำดับขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ตลาดอันดับ 1ยังคงปรับตัวลดลงร้อยละ 3.65 เครื่องประดับแพลทินัมมีมูลค่าลดลงร้อยละ 26.41 เนื่องจากส่งออกไปยังตลาดหลักใน 3 อันดับแรกอย่างญี่ปุ่น ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ได้ลดลงร้อยละ 22.41, ร้อยละ 43.63 และร้อยละ 44.20 ตามลำดับ

เพชร เป็นสินค้าส่งออกรายการสำคัญในอันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.80 ปรับตัวลดลงร้อยลง 6.92 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย โดยมีเพชรเจียระไนเป็นสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้ ที่มีมูลค่าลดลงร้อยละ 6.59 ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการเพชรเจียระไนของโลกลดลง ส่งผลให้ผู้จำหน่ายต้องการระบายสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อกออกไปก่อน และชะลอการนำเข้า อีกทั้งราคาเพชรเฉลี่ยลดลง โดยนับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2560 ราคาเฉลี่ยเพชรขนาด 1 กะรัตลดลงร้อยละ 4.5 (RAPAPORT DIAMONDS.NET, 3 October 2017) เหล่านี้มีผลให้ไทยส่งออกไปยังหลายตลาดสำคัญได้ลดลง โดยเฉพาะฮ่องกง ที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดถึงกว่าร้อยละ 47 ปรับตัวลดลงร้อยละ 8.92 ส่วนตลาดอันดับ 2 และ 3 อย่างเบลเยียม และอินเดีย เติบโตได้เพียงร้อยละ 1.68 และร้อยละ 1.83 ตามลำดับ

พลอยสีเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 4 ในสัดส่วนร้อยละ 9.36 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวมของไทย เติบโตร้อยละ 11.10 โดยสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้เป็น พลอยเนื้อแข็งเจียระไน (ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต) ขยายตัวร้อยละ 21.15อันเป็นผลจากการส่งออกไปยังเกือบทุกตลาดได้เพิ่มขึ้น โดยตลาดหลักใน 3 อันดับแรกทั้งฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ เติบโตได้

(โดยมีรายละเอียดตามแนบ)

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

29 พฤศจิกายน 2560

 

*พิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71 ว่าด้วย “ไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง รัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่า โลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า และของที่ทำด้วยของดังกล่าว เครื่องเพชรพลอย และรูปพรรณที่เป็นของเทียม เหรียญกษาปณ์”

Share this Post:
View article: 60