หอค้าออสเตรียดึง 'ยักษ์ธุรกิจ' ลงทุนไทยหมื่นล้านบาท

Keyword:     aecplusadvisory  กสิกรไทย  ข่าวรายวัน  พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  ออสเตรีย 

รัฐยังคงเดินหน้าเชิญชวนนักลงทุน ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ล่าสุดในการเดินทางเยือนออสเตรีย ของนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีโอกาสพบหอการค้าออสเตรีย ซึ่งนำนักธุรกิจชั้นนำของออสเตรียกว่า 20 รายหารือ เพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุนในไทย ในจำนวนนี้ 3-4 รายสนใจที่จะลงทุน

นายอุตตม เปิดเผยภายหลังหารือกับนักธุรกิจออสเตรียว่า ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ได้เข้ามาลงทุนในไทยแล้วและตั้งใจจะขยายการลงทุนอีก ส่วนที่เหลือ สนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย แต่จะต้องศึกษาข้อมูลต่างๆก่อน       

"ได้อธิบายแนวนโยบายประเทศไทย 4.0 และการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ให้กับ ผู้ประกอบการออสเตรียได้รับทราบ ซึ่งก็ได้รับความสนใจมาก โดยได้เน้นถึงศักยภาพการลงทุนในไทยที่ได้เปรียบ ทางภูมิศาสตร์ สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศต่างๆในอาเซียนได้ง่าย"    

ทั้งนี้ มีบริษัทที่ได้เข้ามาหารือ นอกรอบสนใจที่จะขยายการลงทุน เพิ่มขึ้น 3-4 ราย ได้แก่ บริษัท Lenzing Group เป็นบริษัทผลิตเส้นใยเซลลูโลสที่มีคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอทั่วโลก โดยลูกค้า ที่สำคัญ เช่น แบรนด์ซาร่า และลีวายส์ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้ามาตั้ง โรงงานในไทยแล้ว และอยู่ระหว่างขยายการลงทุนอีก 300 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรม 304 จ.ปราจีนบุรี โดยจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 ระยะ ซึ่งก็ได้ชักชวนให้ขยายลงทุนในระยะ 2 และ 3 เข้ามาในพื้นที่อีอีซี ซึ่งทางบริษัท ก็ขอกลับไปศึกษาในรายละเอียด     

โดยการเข้ามาลงทุนในไทยถือได้ว่าเป็นประเทศแรกในเอเชีย หลังจาก ที่ผ่านมาได้เข้าไปลงทุนในยุโรป และสหรัฐ สาเหตุที่เข้ามาลงทุนในไทย เพราะ 1.ไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค 2.นโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย น่าสนใจ 3. ไทยมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญหาที่ดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้ และ4. มีวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งยังชื่นชอบนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ของไทย

นอกจากนี้ยังมีบริษัท Luf เป็น บริษัทเอสเอ็มอีที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 มีความเชี่ยวชาญในการผลิตรถดับเพลิง รถสำหรับคนพิการ และสปีดโบท โดยที่ผ่านมาได้ส่งสินค้ารถ เรือ เครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยเข้ามา ยังไทย โดยมีแผนที่จะตั้งโรงงานประกอบเรือสปีดโบทในไทย ซึ่งสอดรับกับนโยบายส่งเสริมท่าเรือท่องเที่ยวในอีอีซี          

"สาเหตุที่บริษัท Luf จะมาลงทุน ในไทย เพราะเศรษฐกิจยุโรปไม่เติบโต จึงต้องขยายธุรกิจมายังเอเชียที่มีการเติบโตสูง ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมองว่าไทยเหมาะสมที่จะลงทุนมากที่สุดในเอเชีย"

ขณะที่บริษัท Zumtobel ผู้ผลิต อุปกรณ์แสงไฟ และระบบไฟฟ้า ในสมาร์ทซิตี้ ปัจจุบันมีกิจการอยู่ใน 90 ประเทศ มีพนักงานกว่า 6 พันคน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีโครงการในไทยหลายแห่ง เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย (กฟผ.) สนามบินสุวรรณภูมิ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และ สวนหลวง ร.9 เป็นต้น โดยจะดึงบริษัท นี้เข้ามาลงทุนในโครงการสมาร์ทซิตี้ในพื้นที่ อีอีซี และการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งทั้ง 3 บริษัทนี้มีแนวโน้ม การลงทุนในไทยสูงมาก

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทไดมอนด์ เอวิเอชั่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน เช่น หน้าปัดระบบควบคุมต่างๆ ให้กับบริษัทผลิตเครื่องบินชั้นนำ ซึ่งขณะนี้ ได้มีโรงงานในไทยแล้ว สนใจขยายฐาน การลงทุนเพิ่มการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน คาดว่าจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ อีอีซี เนื่องจากมีโครงการศูนย์ซ่อมสร้างอากาศยานที่ชัดเจน  

นอกจากนี้ยังมีบริษัทผลิตชิ้นส่วน รถยนต์ ที่ผลิตให้กับค่ายรถยนต์เบนซ์ และบีเอ็มดับบลิว หากบริษัทรถยนต์ทั้ง 2 รายขยายกำลังการผลิตในไทย ก็จะเข้ามาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วน ในไทย และบริษัท Greiner Bio-One GmbH ผู้ผลิตหลอดเก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะ รวมทั้งมุ่งเน้นวิจัย พัฒนา ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการวินิจฉัยและการผลิตยา ซึ่งได้เข้ามาลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2008 ที่นิคมฯอมตะ มีแผนที่จะขยาย การลงทุนอีก 7 ล้านดอลลาร์ เพื่อส่งออก ไปยังอาเซียน อินเดีย และออสเตรเลีย

ด้านนายทรงศัก สายเชื้อ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย กล่าวว่า สถานทูตไทยได้ร่วมมือกับอีอีซี ในการแสวงหาความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมของออสเตรียอย่างเข้มแข็ง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วน ผลิตป้อนให้กับค่ายรถยนต์ชั้นนำ ในยุโรป อุตสาหกรรมแปรรูป อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมเคมี และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทุกสาขา เช่น ก่อสร้าง ระบบราง ถนน อาคารสมัยใหม่ และโรงพยาบาล

โดยในปัจุบันมีบริษัทของออสเตรียเข้ามาลงทุนในไทยแล้ว กว่า 100 ราย เงินลงทุนกว่า 340 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยังไม่รวมการลงทุนใหม่ในปีนี้ที่จะมีเข้ามากว่า 300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแนวโน้มในอนาคตจะเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในขณะนี้บริษัทชั้นนำของยุโรปให้ความสนใจอาเซียนและไทยมากขึ้น โดยเฉพาะออสเตรีย ซึ่งได้พูดชัดว่าอนาคตธุรกิจอยู่ที่เอเชีย ซึ่งจะเป็นตลาดที่สำคัญในปัจจุบันและอนาคต

ทั้งนี้ การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตาหกรรมของไทยพบปะนักธุรกิจออสเตรีย ทำให้มั่นใจที่จะ เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ซึ่ง ผู้ประกอบการออสเตรียต้องการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการไทย ซึ่งการที่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาสนับสนุน ก็ทำให้เพิ่มความมั่นใจในการลงทุน ซึ่งจะเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย และออสเตรียในการ กลั่นกรองนักลงทุนทั้ง 2 ฝ่าย

 

ที่มา: 1. ธนาคารกสิกรไทย - https://aecplusadvisory.askkbank.com/TH/Thailand/FlashNews/Pages/Thailand_news_20171208_2.aspx

       2. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

Share this Post:
View article: 26