Textile Transformation Service สร้างอนาคตใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

Keyword:     textile  transformation  กระทรวงอุตสาหกรรม  สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ 

21 ธ.ค.60 กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้านโยบายการปฏิรูปนวัตกรรมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ (Industry Transformation) หนุนสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) ยกระดับผู้ประกอบการไทย ดัน 3 ดาวเด่น สร้างโอกาสเติบโตทางการตลาด 
 
นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินงานสนับสนุนนโยบายการปฏิรูปนวัตกรรมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ (Industry Transformation) โดยร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ปฏิรูป (Transforms) ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระบวนการผลิต และบุคลากรภาคอุตสาหกรรม สนับสนุน 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม คือ การแพทย์ อาหาร ยานยนต์  รวมทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ โดยนำนวัตกรรม งานวิจัย จาก 3 หน่วยงานภาครัฐที่มีอยู่พัฒนาต่อยอดสู่ระบบเศรษฐกิจ ตามแผนนโยบายของรัฐบาลมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0
นางสาวนิสากร  กล่าวอีกว่า สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นหนึ่งในหน่วยงานเครือข่ายภายใต้การดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม  มีความพร้อมในการเชื่อมต่อนโยบายปฏิรูป ภายใต้การดำเนินงาน Textile Transformation Service โดยมีผลงานวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งการพัฒนาฟังก์ชั่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มหลายรายการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการ SMEs และ Start Up หรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และผู้สนใจทั่วไป สามารถขอคำแนะนำการเริ่มต้น พร้อมเลือกนวัตกรรมต่าง ๆ ไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์และระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ขณะที่ ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ( Thailand Textile Institute : THTI) กล่าวต่อไปว่า สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ หรือ THTI เป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของประเทศทั้งระบบ เพื่อการพัฒนาก้าวไปสู่ผลสำเร็จตามยุทธศาสตร์กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560 – 2564 ที่มุ่งเน้นให้ไทยเป็นศูนย์กลางสิ่งทอและแฟชั่นในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งสอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งการที่จะก้าวไปสู่ผลสำเร็จได้เป้าหมายได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อก้าวข้ามปัญหาที่ผู้ประกอบการประสบอยู่ในขณะนี้

" ตรงนี้เองจึงนับเป็นบทบาทสำคัญของ THTI ที่จะเข้าไปช่วยผู้ประกอบการ ไม่ว่าเรื่อง จะทำอย่างไรจึงจะทำให้สามารถขยายแหล่งทุนในการทำกิจกรรมที่สำคัญเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการปรับภาพลักษณ์อุตสาหกรรมให้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม S Curve รวมทั้งมีการพัฒนาแรงงานทักษะที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและด้านธุรกิจของอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม  แฟชั่น และ ไลฟ์สไตล์ เป็นต้น “

 ดร.ชาญชัยกล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรม Soft Opening Textile Transformation Service จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมต่อนโยบาย Industry Transforms รองรับการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 โดยร่วมปฏิวัตินวัตกรรมสิ่งทอสู่เชิงพาณิชย์ โดยรวมงานนวัตกรรมมากมายให้ผู้ประกอบการได้เลือกพัฒนาต่อยอดสู่ตลาด อาทิ
- งานวิจัยพัฒนาสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Textile) เช่น สีย้อมธรรมชาติ เส้นใยรีไซเคิล เส้นใยมะพร้าวอ่อน เส้นใยสับปะรด เส้นใยผักตบชวา และเส้นใยชานอ้อย ซึ่งเป็นผลงานวิจัยล่าสุดโดยประสบผลสำเร็จครั้งแรกของไทย
- งานวิจัยพัฒนาสิ่งทอเทคนิคทางการแพทย์ (Medical Textile) ผ้าทอกันยุง ผ้าคุณสมบัติพิเศษ (Function) ต้านแบคทีเรีย (Anti-Bacteria)
- งานวิจัยพัฒนาสิ่งทอสำหรับการป้องกัน (Protective Textile) เช่น ผ้ากันการลามไฟ (Flame Retardance) ผ้ากันรังสี UV (Anti-UV)

“ โดยทั้ง 3 แนวทางนี้ ถือเป็นดาวเด่นที่สามารถพัฒนาและมีโอกาสเติบโตทางการตลาด เนื่องจากเป็นทางเลือกใหม่สามารถสร้างสรรค์หรือดีไซน์เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความต้องการ ทั้งด้านแฟชั่น ด้านการแพทย์ หรือด้านคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในยุคนี้ได้ เป็นต้น นอกจากนี้เรายังมีนวัตกรรมหรือการวิจัยสูตรคุณสมบัติพิเศษ อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสามารถพัฒนาใหม่ตามความต้องการของผู้ประกอบการ  พร้อมประสานงานเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือด้านการตลาด โดยสามารถขอคำปรึกษาแนะนำได้เลยทันทีตั้งแต่วันนี้ “ดร.ชาญชัยกล่าว

สำหรับสถานการณ์ การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ในช่วง 10 เดือนของปี 2560 มีการส่งออกสิ่งทอ พบว่า มีมูลค่า 3,583.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.86 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยผ้าผืน มีมูลค่าส่งออก 1,139.87 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.56 จากส่งออกไปเวียดนาม เมียนมา และบังกลาเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.98 2.56 และ 9.29 ตามลำดับ ขณะที่เส้นด้าย มีมูลค่าส่งออก 634.17 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.75 โดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นตลาดหลักในการส่งออก เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.43 และ 2.50 ตามลำดับ  ส่วนเส้นใยประดิษฐ์ มีมูลค่าส่งออก 656.22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.68 โดยส่งออกไปจีนมากที่สุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 66.25 และในส่วนเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่าส่งออก 1,937.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 3.39 จากการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป ลดลงร้อยละ 5.41 

Share this Post:
View article: 13