"เกษตรฯ"ดันกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจทำยารักษาอัลไซเมอร์

Keyword:     news  กัญชง  ข่าวรายวัน 



"กรมส่งเสริมสหกรณ์"ดันวางระบบอุตสาหกรรมรองรับ"กัญชง"เป็นพืชเศรษฐกิจทำยารักษาโรคอัลไซเมอร์ พาร์คินสัน ใช้เวลาภายใน 3 ปีนี้ วิจัยพันธุ์คุมสารเสพติด ต่ำกว่า 1 %

               28 พ.ย. 60 นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังดูงานสหกรณ์ผู้ปลูกเฮมพ์(กัญชง)พบพระ จำกัด ต.คีรีราษฏร์ อ.พบพระ จว.ตาก ว่า เป็นที่ทราบกับว่าในอดีตกลุ่มเกษตรกรที่สูงเช่นชาวเขาเผ่าม้งมักมีปัญหาการทำการเกษตรไม่ยั่งยืน โครงการหลวงจึงได้เข้ามาจัดตั้งสหกรณ์ ผลิตผ้าทอใยกัญชง เนื่องด้วยกฎหมายครอบคลุมถึงและยังถือว่าเป็นพืชเสพติดอยู่ในกลุ่มเดียวกับกัญชา ทำให้ต้องมีการจำกัดพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในช่วงทดลองปรับปรุงพันธุ์ภายใน 3 ปีให้มีสารเสพติดต่ำ 0.3% หลังจากนั้นกัญชงจะได้รับอนุญาตให้ปลูกได้ เป็นพืชเศรษฐกิจจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ดี โดยสหกรณ์จะเข้ามารวบรวมผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว การตลาด เมื่อสำเร็จจะเป็นต้นแบบสหกรณ์ชุมชนดูแลกันเอง  

               "ในอนาคตหากไม่ติดขัดข้อกฎหมายภายใน 3 ปีนี้ ผ่านการทดลอง เป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นที่ต้องการจำนวนมากทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น จีน โดยมีความต้องการทั้งเส้นใย แกนลำต้น เมล็ดทำเป็นอาหารสุขภาพ น้ำมันโปรตีน โอเมก้าช่วยบำรุงสมอง มีคุณค่าเหมือนน้ำมันตับปลา จากทะเลน้ำลึก "นายพิเชษฐ์ กล่าว

               นางสริตา ปิ่นมณี นักวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)กระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่าจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใย วิถีชาวบ้านปลูกต้นกัญชง อยู่แล้วเพื่อมาทอทำเครื่องนุ่งห่ม จะโดนจับ โดยลำดับแรกมีการอนุญาต การใช้เส้นใย เปลือกแห้ง แกนแห้ง ลำต้นแห้ง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยคุมเรื่องเมล็ดพันธุ์ให้มีสารเสพติดต่ำกว่า 1% เพื่อให้ได้พันธุ์คงที่มีสารเสพติด 0.3 % คุมพื้นที่ปลูก ซี่งกระทรวงสาธารณสุข อนุญาต 5 พื้นที่นำร่อง เช่นเชียงใหม่  เชียงราย ตาก น่าน เพชรบูรณ์ เป็นโมเดลปลูกกัญชง  ถ้า 3 ปีไม่มีปัญหา ขยายไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ขณะนี้ได้วิจัยกลุ่มแรกเส้นใย ใช้ประโยชน์สองแนวทาง ชาวม้ง ใช้ทำเสื้อผ้า แผนระยะสองปรับสู่อุตสาหกรรม ส่งไปยุโรป จีน ส่วนแกนลำต้น คุณสมบัติเบา แข็งแรง ช่วยดูดซัพสารพิษ 

               ส่วนยอดต้น มีสารซีบีดี สกัดทำเป็นยารักษาโรค ช่วยสมานแผล โรคอัลไซเมอร์ พาร์คินสัน และเมล็ด ไปสู่อุตสาหรรรมระบบใหญ่มาก เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการดี มีน้ำมัน 25-30% มีโอเมก้า 3 - 6 เป็นสัดส่วนเหมาะสมกับร่างกายมนุษย์ น้ำมันปรุงอาหาร ใส่สลัด ทำนมจากเมล็ดกัญชง โดยสภาพัฒน์ฯกำลังให้กระทรวงอุตสาหกรรม เขียนแผนเดินหน้าเรื่องเฮมพ์ ระยะที่สอง 

               เนื่องจากรายได้ต่อไร่สูงกว่าการปลูกข้าวโพด 5-6 เท่า หากปลูกเฮมพ์ 1 ไร่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม3.5-5.2 พันบาท ต่อไร่ โดยการปลูกเฮมพ์ที่เหมาะสมเกษตรกร 1 คนปลูกเพียงไม่เกิน 5 ไร่ จะมีรายได้ 1-1.25 แสนบาท สามารถใช้แรงงานในครัวเรือนโดยไม่ต้องจ้างแรงงาน

ที่มา :http://www.komchadluek.net/news/agricultural/303820

Image Gallery

Share this Post:
View article: 20