สถานการณ์การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน ปี 2560

Keyword:     2560  git  นำเข้าส่งออกอัญมณี  อัญมณีและเครื่องประดับ  อุตสาหกรรม  เดือนกันยายน 

สถานการณ์การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน ปี 2560

การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในรูปเงินเหรียญสหรัฐตามพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71* ในระหว่างเดือนมกราคม-กันยายน ปี 2560 มีมูลค่าลดลงร้อยละ 8.51(ร้อยละ 11.36 ในหน่วยของเงินบาท) จากเดิมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 ที่มีมูลค่า 11,653.89 ล้านเหรียญสหรัฐ (410,692.76 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 10,662.58 ล้านเหรียญสหรัฐ (364,020.73 ล้านบาท) นับเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญในอันดับที่ 3 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.08 ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย ทั้งนี้ หากพิจารณามูลค่าส่งออกไม่รวมทองคำฯ พบว่า การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 5,523.16 ล้านเหรียญสหรัฐ (188,928.09 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 0.91(ลดลงร้อยละ 1.79 ในหน่วยของเงินบาท)

แผนภาพตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย (รวมทองคำ) ในเดือนมกราคม – กันยายน ปี 2560

ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สถานการณ์การส่งออก

สินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุดในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ คือทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูปด้วยสัดส่วนร้อยละ 48.20 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยโดยรวมและปรับตัวลดลงร้อยละ 16.85 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 เนื่องจากมูลค่าการส่งออกทองคำสะสมในสองไตรมาสแรกที่ลดลงมาก อย่างไรก็ดี การส่งออกทองคำในเดือนกันยายนเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.74 สอดคล้องกับราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ย 1,314.98 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ 1,346.25 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (http://www.kitco.com) ในวันที่ 8 กันยายน 2560 เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับยูโรหลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ รวมถึงการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

เครื่องประดับแท้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญในอันดับที่ 2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.30 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม ด้วยมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ1.81โดยการส่งออก เครื่องประดับทองยังคงปรับตัวลดลงร้อยละ 4.17 ส่วนหนึ่งมาจากราคาทองคำผันผวนในแนวบวก ส่งผลให้อุปสงค์ต่อเครื่องประดับทองชะลอตัวลง มีผลทำให้ไทยส่งออกไปยังตลาดหลักใน 3 อันดับแรกอย่างฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ลดลงร้อยละ 3.18, ร้อยละ 10.44 และร้อยละ 23.80 ตามลำดับเครื่องประดับเงินเติบโตได้ร้อยละ 13.58 เนื่องจากการส่งออกไปยังเยอรมนี และจีน ตลาดสำคัญในอันดับ 2 และ 3 ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.92 และกว่า 1.08 เท่า ตามลำดับส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ตลาดอันดับ 1 ยังคงหดตัวลงร้อยละ 5.42 ทั้งนี้ ผู้ส่งออกอันดับ 1 ของไทยไปยังทั้ง 3 ตลาดดังกล่าวคือ บริษัทแพนดอร่าเครื่องประดับแพลทินัมหดตัวลงร้อยละ 27.26 จากการส่งออกไปยังญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง ตลาดหลักใน 3 อันดับแรกได้ลดลงร้อยละ 21.74, ร้อยละ 42.22 และร้อยละ 49.76 ตามลำดับทั้งนี้ จากรายงานของ The World Platinum Investment Council รายงานว่าในไตรมาส 2 ปริมาณความต้องการบริโภคเครื่องประดับแพลทินัมของโลกลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

เพชร เป็นสินค้าส่งออกรายการสำคัญในอันดับ 3 ในสัดส่วนร้อยละ 11.58 และมีมูลค่าลดลงร้อยลง 6.38 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ตามความซบเซาของตลาดโลก โดยมีเพชรเจียระไนเป็นสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้ ที่ยังคงปรับตัวลดลงร้อยละ 6.24 อันเป็นผลจากการส่งออกไปยังฮ่องกง และอินเดีย ตลาดในอันดับ 1 และ 3 ได้ลดลงร้อยละ 7.90 และร้อยละ 1.15 ตามลำดับทั้งนี้ De Beers เตรียมทุ่มเงินโฆษณากว่า 140 ล้านเหรียญ-สหรัฐฯ ภายในปีนี้ ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นความต้องการบริโภคเพชรในตลาดโลกมากขึ้น (www.forbes.com, 29 August 2017)

พลอยสีเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 4 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 9.29 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวมของไทย ขยายตัวร้อยละ 10.26 โดยสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้เป็น พลอยเนื้อแข็งเจียระไน (ทับทิม

แซปไฟร์ และมรกต) เติบโตร้อยละ 20.88โดยเป็นผลจากการส่งออกไปยังฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ตลาดหลักใน 3 อันดับแรก ได้เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 25.06, ร้อยละ 19.59 และร้อยละ 17.45 ตามลำดับ ส่วนการส่งออกพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนปรับตัวลดลงร้อยละ 5.81 เนื่องจากการส่งออกไปยังฮ่องกง ซึ่งครองส่วนแบ่งสูงสุดกว่าร้อยละ 64 รวมถึงสหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ตลาดในอันดับ 2 และ3ที่ต่างมีมูลค่าลดลงร้อยละ 5.44, ร้อยละ 20.40 และร้อยละ 6.60 ตามลำดับ

เครื่องประดับเทียมเป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 5 ในสัดส่วนร้อยละ 2.29 หากแต่มีมูลค่าลดลงร้อยละ 17.17 อันเป็นผลจากการส่งออกไปยังลิกเตนสไตน์ สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ตลาดหลักใน 3 อันดับแรก ได้ลดลงร้อยละ 9.74, ร้อยละ 6.05 และร้อยละ 35.43 ตามลำดับ

(โดยมีรายละเอียดตามแนบ)

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

2 ตุลาคม 2560

*พิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71 ว่าด้วย “ไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง รัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่า โลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า และของที่ทำด้วยของดังกล่าว เครื่องเพชรพลอย และรูปพรรณที่เป็นของเทียม เหรียญกษาปณ์”





 

Share this Post:
View article: 22