กลุ่มสิ่งทอปลื้ม ภาครัฐช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์สู่สากล

Keyword:     อุตสาหกรรมสิ่งทอ  แฟชั่นและไลฟ์สไตล์  โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพสู่ตลาดสากล 

กลุ่มสิ่งทอปลื้ม ภาครัฐช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์สู่สากล

เพิ่มช่องทางจำหน่ายและยอดขายกว่า 30%



นายวชิระ แก้วกอ ผู้อำนวยการ ฝ่ายประสานงานเครือข่ายผู้ให้บริการ SMEs รักษาการแทนผู้อำนวยการกลุ่มงานข้อมูลและสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยมีความโดดเด่นทั้งด้านการออกแบบและฝีมือที่ประณีต รวมทั้งสามารถนำทรัพยากรทางการเกษตรมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยจนเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก สามารถสร้างรายได้จากการส่งออกมูลค่าประมาณ 790,748 ล้านบาทต่อปี 

สสว.เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพสู่ตลาดสากล โดยร่วมมือกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ รวมทั้งหน่วยงานภาคเอกชนและพันธมิตรต่างๆ ในรูปแบบประชารัฐ ภายใต้แนวคิด “คิด ผลิต ขาย” เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกลุ่มผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตยุค 4.0 ตั้งเป้าส่งเสริมและพัฒนา SMEs และวิสาหกิจชุมชน ในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ จำนวนไม่น้อยกว่า1,000 ราย จากทั่วประเทศ 



นายวชิระ แก้วกอ (2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการ ฝ่ายประสานงานเครือข่ายผู้ให้บริการ SMEs รักษาการแทนผู้อำนวยการกลุ่มงานข้อมูลและสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ (2 จากขวา) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

นายชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า โครงการฯ นี้มุ่งเน้นการพัฒนาเรื่องการออกแบบที่นำเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของท้องถิ่น รวมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาสินค้า ให้เกิดความร่วมสมัยและสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ เสริมศักยภาพและความแข็งแกร่งแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ทางสถาบันฯ ทำมาตลอดคือนำเอานวัตกรรมมาผสมกับการออกแบบ อีกทั้งทางสถาบันฯ ยังมีเครือข่ายนักออกแบบที่หลากหลายจึงสามารถช่วยพัฒนาองค์ความรู้และให้คำปรึกษาด้านการตลาดสมัยใหม่แก่ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม ประกอบไปด้วย กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องเรือนของตกแต่งและของที่ระลึก และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

“รู้สึกพอใจผลงานออกมาดีเกินกว่าที่คาดไว้ และตัวผู้ประกอบการเองก็เริ่มเข้าใจว่าการผลิตสินค้าต้องใช้ตลาดเป็นโจทย์ แล้วค่อยพัฒนาเรื่องออกแบบ ข้อดีอย่างหนึ่งของโครงการฯ นี้คือมีการใช้นักออกแบบรุ่นใหม่ จึงเห็นแนวคิดสมัยใหม่ผสมกับวัสดุท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้สร้างแรงบันดาลใจ ช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่ตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่สำคัญเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ยิ่งถ้าผลิตผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต การท่องเที่ยว กลายเป็นจุดขายที่แข่งขันในตลาดสากลได้เป็นอย่างดี

“โครงการฯ นี้เป็นการเปลี่ยนมุมการผลิตสินค้าให้มีวัฒนธรรมร่วมสมัยมากขึ้นเพื่อมุ่งหน้าสู่สากล ตอนนี้ถือเป็นก้าวแรกมีคนกลุ่มหนึ่งเดินหน้าไปแล้ว ก็อยากให้คนหมู่มากได้พัฒนาเพื่อก้าวเดินไปด้วยกัน แต่ยังมีเรื่องต้องพัฒนากันต่อโดยเฉพาะเรื่องการตลาด อยากให้แหล่งทุนสนับสนุนพัฒนาในระยะยาว อยากให้ผู้ประกอบการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา” นายชาญชัย กล่าว



 พงษ์ศักดิ์ อัสสกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย​

พงษ์ศักดิ์ อัสสกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย แสดงความรู้สึกต่อโครงการฯ ว่า ประทับใจที่ผู้ประกอบการสามารถดีไซน์ของพื้นเมืองออกมาดูร่วมสมัย เป็นโครงการฯ ที่ดีมากอยากให้ทำต่อไปเรื่อยๆ ที่สำคัญต้องหาเวทีเพื่อแสดงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้คนได้รู้จักมากขึ้นช่วยกระตุ้นทางด้านยอดขาย

ด้านนายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย บัณฑิต พงศาโรจนวิทย์ กล่าวว่า เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีมาก มีการนำเอาภูมิปัญญาไทยผสมการออกแบบต่อยอดให้ทันสมัยขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้น่าจะทำตลาดได้ดี โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ อยากให้มีการส่งเสริมด้านการตลาดให้มากขึ้น



บัณฑิต พงศาโรจนวิทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย 

นายปิลันธน์ ธรรมมงคล กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (หสน.) ธนไพศาล ให้ความเห็นว่า เห็นการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ก่อน-หลังการพัฒนาอย่างชัดเจน พบว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยเป็นที่ต้องการของตลาด ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีทำให้ผู้ประกอบการมีแนวทางมีความมั่นใจ มีองค์ความรู้ไปต่อยอดได้ ต้องชื่นชมสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ร่วมมือกันสร้างโครงการฯ นี้ขึ้นมา

SMEs ปลื้มอยากให้มีโครงการฯ ต่อเนื่อง



นายเอกศิษฎ์ หิรัญฐานวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ 51 Studio Co., Ltd.

หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ นายเอกศิษฎ์ หิรัญฐานวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ 51 Studio Co., Ltd. กล่าวว่าเป็นโครงการฯ ที่ดีมาก มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการอย่างแท้จริง โดยให้แนวคิด ในเชิงพัฒนาที่สร้างสรรค์มาเติมเต็มด้านความคิด ช่วยยกระดับสินค้า ทำให้มองเห็นแนวโน้มพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต อยากให้มีโครงการนี้ต่อเนื่อง ปัจจุบันมีเวอร์ชั่นหนึ่งแล้ว อยากให้พัฒนาเป็นเวอร์ชั่นสองสามสี่ตามมา เพื่อช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย 


เวนิกา ราชสะอาด

เวนิกา ราชสะอาด สายเลือดใหม่จากกลุ่มทอผ้าบ้านดงเสียว จังหวัดสกลนคร เดินตามรอยธุรกิจทอผ้าของครอบครัว เผยถึงสาเหตุที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ เพราะอยากต่อยอดธุรกิจและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าขยายตลาดให้กว้างขึ้น ซึ่งพอได้เข้าร่วมโครงการฯ ทำให้รู้หลักการในการออกแบบ การสร้างเอกลักษณ์ให้สินค้า ได้เทคนิคการตัดเย็บ ได้ความรู้ที่แตกต่างจากเดิม อาทิ การเพิ่มเสน่ห์และมูลค่าสินค้าด้วยการนำผ้าผืนมาผลิตเป็นกระโปรงแล้วเพิ่มลวดลายด้วยเศษผ้า หรือเทคนิคการถ่ายภาพเพื่อโปรโมทสินค้าทางเฟซบุ๊ก ช่วยเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 30%

“ต้องขอบคุณ สสว. และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่มีโครงการดีดีแบบนี้เข้ามาช่วยให้กลุ่มทอผ้าเล็กๆ กลุ่มหนึ่งได้มีความคิด มีแรงผลักดัน มองเห็นช่องทางที่จะแข่งขันสู้ต่อไป อยากให้โครงการมีเฟสสองต่อจะได้ช่วยพัฒนาให้พวกเราไปได้ไกลกว่านี้”



ชลธี พิลารัตน์ 

ชลธี พิลารัตน์ จากกลุ่มแม่บ้านแปรรูปผ้าขาวม้า จังหวัดสกลนคร ที่ต้องการพัฒนาปรับปรุงผ้าครามและขยายตลาดจึงเข้าร่วมโครงการฯ จนสามารถพัฒนาผ้าครามต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ เสื้อแจ็กเก็ต กางเกงผู้ชายหุ้มข้อด้วยยางยืด ฯลฯ ช่วยเพิ่มกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน อีกทั้งได้เรียนรู้การจำหน่ายสินค้าทางทางออนไลน์ กระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น 20-30%

“รู้สึกพอใจมากที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ นี้ ได้ความรู้หลายอย่าง อาทิ เรื่องออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่องทางการตลาด ที่นำไปใช้ได้จริง อยากให้มีโครงการต่อเนื่องเพื่อช่วยให้พวกเราสามารถก้าวเดินได้อย่างเข้มแข็ง” ชลธี กล่าว




Text&Photo: Chalermphol

Image Gallery

Share this Post:
View article: 33