สถานการณ์การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม – กรกฎาคม ปี 2560

Keyword:     export  git  นำเข้าส่งออกอัญมณี  ปี 2560  ม.ค.-ก.ค.  สถานการณ์  อัญมณีและเครื่องประดับ  อุตสาหกรรม 

สถานการณ์การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม – กรกฎาคม ปี 2560

มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในรูปเงินเหรียญสหรัฐตามพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71* ในระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม ปี 2560 ปรับตัวลดลงร้อยละ 26.69 (ร้อยละ 28.19 ในหน่วยของเงินบาท) จากเดิมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2559 ที่มีมูลค่า 9,469.98 ล้านเหรียญสหรัฐ (335,284.48 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 6,942.75 ล้านเหรียญสหรัฐ (240,752.62 ล้านบาท) นับเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญในอันดับที่ 3 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.24 ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย ทั้งนี้ หากพิจารณามูลค่าส่งออกไม่รวมทองคำฯ พบว่า การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 4,048.12 ล้านเหรียญสหรัฐ (140,085.71 ล้านบาท) ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 0.60 (ร้อยละ 2.75 ในหน่วยของเงินบาท)

แผนภาพตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย (รวมทองคำ) ในเดือนมกราคม – กรกฎาคม ปี 2560

777.jpg

ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สถานการณ์การส่งออก

สินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุดในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ คือทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูปในสัดส่วนร้อยละ 41.69 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยโดยรวมและมีมูลค่าลดลงร้อยละ 46.37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 โดยเป็นผลจากมูลค่าส่งออกทองคำสะสมในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ที่ลดลงมาก และเมื่อพิจารณาเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวพบว่า การส่งออกทองคำลดลงกว่าร้อยละ 51 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับราคาทองคำที่ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ย 1,236.22 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (http://www.kitco.com) ในเดือนดังกล่าวเนื่องจากได้รับแรงกดดันภายหลังธนาคารกลางหลายแห่งส่งสัญญาณยุตินโยบายผ่อนคลายทางการเงิน (QE) และการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นนิวยอร์กทำให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ผลตอบแทนต่ำ และหันไปลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าแทน

 

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกทองคำฯ ของไทยอันดับ 1 คือ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งครองสัดส่วนราวครึ่งหนึ่ง มีมูลค่าหดตัวลงร้อยละ 55.25 ตลาดรองลงมาคือ กัมพูชา เติบโตกว่า 2.69 เท่า และสิงคโปร์ ตลาดในอันดับ 3 ปรับตัวลงร้อยละ 62.60

เครื่องประดับแท้ เป็นสินค้าส่งออกสำคัญในอันดับที่ 2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.36 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม ปรับตัวลดลงร้อยละ0.34โดยการส่งออก เครื่องประดับทองหดตัวลงร้อยละ 6.36 จากการส่งออกไปยังฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ตลาดหลักใน 2 อันดับแรกที่ต่างมีมูลค่าลดลงร้อยละ 4.66 และร้อยละ 10.98 ตามลำดับ เครื่องประดับเงินเติบได้ร้อยละ 11.57เนื่องจากการส่งออกไปยังเยอรมนี และจีน ตลาดสำคัญในอันดับ 2 และ 3 ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.47 และ 1.09 เท่า ตามลำดับ ส่วนตลาดอันดับ 1 อย่างสหรัฐอเมริกายังคงหดตัวลงร้อยละ 3.93 เครื่องประดับแพลทินัมปรับตัวลดลงร้อยละ 32.46 จากการส่งออกไปยังตลาดหลักใน 2 อันดับแรกอย่างญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหดตัวลงร้อยละ 23.20 และร้อยละ 47.06 ตามลำดับ

เพชร เป็นสินค้าส่งออกรายการสำคัญในอันดับ 3 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 13.62 และมีมูลค่าลดลงร้อยลง 5.69 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย โดยมีเพชรเจียระไนเป็นสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้ ซึ่งปรับตัวลดลงร้อยละ 5.46 เนื่องจากการส่งออกไปยังตลาดสำคัญส่วนใหญ่ได้ลดลงไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง เบลเยียม และอินเดีย ตลาดหลักใน 3 อันดับแรก ที่ต่างมีมูลค่าหดตัวลงร้อยละ 5.58 ร้อยละ 3.57 และร้อยละ 5.23 ตามลำดับ

พลอยสี เป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 4 ในสัดส่วนร้อยละ 10.32 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวมของไทย ขยายตัวร้อยละ 10.04 โดยสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้เป็น พลอยเนื้อแข็งเจียระไน (ทับทิมแซปไฟร์ และมรกต) เติบโตร้อยละ 23.52 อันเป็นผลจากการส่งออกไปยังตลาดหลักใน 3 อันดับแรกอย่างฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ ได้สูงขึ้นร้อยละ 30.29 ร้อยละ 23.93 และร้อยละ 13.12 ตามลำดับ อีกทั้งอินเดีย และจีน ตลาดสำคัญในอันดับ 4 และ 5 ของไทยก็ยังสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 84.01 และกว่า 1.22 เท่า ตามลำดับ ส่วนการส่งออกพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนปรับตัวลดลงร้อยละ 10.75 โดยเป็นผลมาจากการส่งออกไปยังฮ่องกงสหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ตลาดหลักใน 3 อันดับแรก ที่ต่างมีมูลค่าลดลงร้อยละ 11.63, ร้อยละ 18.07 และร้อยละ 9.74 ตามลำดับ

เครื่องประดับเทียม เป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 5 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.66 ปรับตัวลดลงร้อยละ 13.84 อันเป็นผลจากการส่งออกไปยังสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ตลาดสำคัญในอันดับ 2 และ 3 ได้ลดลงร้อยละ 5.24 และร้อยละ 35.34 ตามลำดับส่วนการส่งออกไปยังลิกเตนสไตน์ ตลาดหลักอันดับ 1 ของไทยยังขยายตัวได้ร้อยละ 2.66

(โดยมีรายละเอียดตามแนบ)

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

4 กันยายน 2560

*พิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71 ว่าด้วย “ไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง รัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่า โลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า และของที่ทำด้วยของดังกล่าว เครื่องเพชรพลอย และรูปพรรณที่เป็นของเทียม เหรียญกษาปณ์”






 

Share this Post:
จำนวนผู้เข้าชมบทความ: 46