'อ.กฤษณ์'ดีไซเนอร์ชั้นครู ผูกจิตไว้ที่'ผ้าไทยทอมือ'

Keyword:     news  ข่าวรายวัน 

ผ้าไทยทอมือไม่ได้เป็นแค่ผ้าซิ่นหรือสไบ อยู่ที่เราลองเปิดใจแล้วจะเห็นว่าสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น เสื้อ แจ็คเก็ต หมวก รองเท้า เป็นรูปทรงที่ใช้งานได้จริง




“ผ้าไทยทอมือ” เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย เป็นงานที่ละเอียด ปราณีต และใช้เวลาในการผลิตนาน และแน่นนอนว่าราคาก็ต้องไม่ธรรมดา ถือเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนนั้น แต่ทำไมการทอผ้าจึงน้อยลงแทนแทบจะสูญสิ้น!! ซึ่ง “เดลินิวส์ออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับ ดร.กฤษณ์ เย็นสุดใจ ดีไซน์เนอร์ชั้นครู ที่ถือว่าเข้ามาช่วยต่อลมหายใจ “ผ้าไทยทอมือ” ให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างเลอค่า

***เรียนจบจากต่างประเทศ แต่ทำไมถึงสนใจผ้าไทยทอมือ และทำงานที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง?
เราจบปริญญาตรีด้านการออกแบบตกแต่งภายในจาก Design Institute of San Diego สหรัฐอเมริกา ปริญญาโทด้านแฟชั่นดีไซน์จากสถาบัน MARANGONI จากอิตาลี และปริญญาเอกจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยทำงานร่วมกับดีไซน์เนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง อิซาเบล มาร็องต์ (Isabel Marant) ทำให้หล่อหลอมเป็นศิลปินที่มีสร้างสรรค์ผลงานดีไซน์แปลกใหม่ได้หลากหลาย



ปัจจุบันเป็นดีไซน์เนอร์อยู่ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ดูแลเรื่องเสื้อผ้า แฟชั่น และสิ่งทอ เมื่อก่อนยอมรับว่าเราชอบหมกมุ่นอยู่กับพวกวัสดุ แต่พอได้เรียนแฟชั่นจะเข้าถึงคน วัฒนธรรม และความรู้สึกมากขึ้น เพราะมีผลกับการออกแบบโดยสิ้นเชิง จึงคิดว่าเรียนแล้วจะกลับมาทำงานที่ไหนที่มีผ้าไทยทอมือ ซึ่งเป็นผ้าที่ค่อนข้างเป็นแนวคิด ก่อนไปเรียนไม่กี่เดือนได้ลองเดินเข้าไปใน ร้านแม่ฟ้าหลวง แล้วตกใจมากว่าทำไมผ้าไทยถึงเป็นแบบนี้ ซึ่งมาทราบภายหลังว่ามีการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด การดีไซน์ค่อนข้างจะอินเตอร์มาก ส่วนตัวผ้าจะเป็นการทอด้วยมือ ใช้กี่แบบเมื่อ 400 กว่าปี ส่วนคนคิดเป็นคนปัจจุบันใช้แนวคิดผ้าไทยทอมือที่เกี่ยวข้องกับสังคม วัฒนธรรม รวมถึงเรื่องสีและแฟชั่น

***สิ่งที่ประทับใจในการเข้ามาทำงานที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง?
ต้องบอกว่าเราโชคดีที่ได้เข้ามาทำงานในสถานที่ในอุดคติ ที่เก็บวิธีคลาสสิคเอาไว้ เรียกว่าเป็นแบบแผนในการทำงานโดยที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย ถึงเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เราจะทำล่วงหน้า 6 เดือน อย่าคนอื่นอาจจะขึ้นมู้ดบอร์ดกัน แต่เราบนโต๊ะมีแต่เส้นด้ายว่าจะใช้เส้นไหน แล้วค่อยหามู้ดบอร์ด แล้วทอผ้าตัวอย่างแล้วค่อยมาขึ้นเป็นเสื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่น่านับถือ




***นอกจากงานที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงแล้วยังเป็นดีไซน์เนอร์แฟชั่นโชว์ผ้าไทยด้วย?
เราคิดว่าผ้าไทยทอมือไม่ได้เป็นแค่ผ้าซิ่น หรือไม่ได้เป็นสไบ แต่เป็นได้ทุกอย่าง จริงๆ ผ้าไทยดูเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนมาก อยู่ที่เราจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง ลองเปิดใจนิดหนึ่งแล้วจะเห็นว่าผ้าไทยสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เป็นเรื่องของอุดมคติ ซึ่งผ้าไทยสวยอยู่แล้ว การเอาผ้าไทยมาทำเสื้อ แจ็คเก็ต หมวก รองเท้า เป็นรูปทรงที่ใช้งานได้จริง จะเห็นว่าใช้การดีไซน์น้อยมาก เพราะต้องการเน้นลายผ้าไทยมากกว่า อย่างตอนที่ทำโชว์แรกเป็นผ้าไหม ที่ผู้คนตกใจว่าไม่มีอะไรเลย เป็นผ้าไหมสีดำที่ชาวต่างชาติยังคงสวมใส่กันอยู่จนถึงตอนนี้

ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทำแล้วจะมีใครทำ เพราะผ้าไทยไม่ใช่ผ้าทอเครื่อง ต่างชาติพยายามทำเครื่องที่ทอให้ได้เหมือนงานมือแต่ก็ยังทำไม่ได้ เพราะวิธีการทอทุกอย่างต้องใช้เวลากว่าจะออกมาเป็นผ้า 1 ผืน ทำให้ปัจจุบันผ้าทอมือมีน้อยลงไปเรื่อยๆ ทั้งคนทอที่เป็นชาวบ้านตามภาคต่างๆ เท่าที่ทราบก็ไม่มีใครอยากจะทอแล้วเพราะมันเหนื่อย ถ้าลองมองดูดีๆ มีคนอยากได้ อยากใช้ แต่บางทีลูกของคนทอผ้าไม่รู้และคิดว่าไม่มีใครอยากใส่ จึงไม่ทอต่อจากแม่ แต่ถ้าเรายังทำอยู่แล้วเขารู้ว่ายังมีคนอยากได้อยู่ก็จะสานต่องานทอของครอบครัวต่อไป เพราะผ้าไทยทอมือมีราคาแพง โดยเฉพาะผ้าไหมแพงที่สุด ทำให้ชุมชนมีรายได้ต่อไป




***ในอนาคตจะมีการพัฒนาผ้าทอมือไปในทิศทางใดหรือนำนวัตนกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานหรือไม่?
เราไม่ได้พัฒนาผ้าไทยแบบต่อยอด เพราะการต่อยอดคือการพัฒนาขั้นที่สูงขึ้น และนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อช่วยในเรื่องงานมือ ซึ่งเราไม่ต้องการให้นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ช่วยงานมือ แต่พัฒนาไปด้านข้าง คือแผ่ขยายให้คนรู้ว่าทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ทำให้บางคนที่คิดว่าไม่ไหว ไม่เอา ไม่ทำ ก็จะมีแรงบันดาลใจว่าผ้าไทยสามารถทำได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กางเกง เสื้อคลุม หมวก รองเท้า เพราะการทอมือมันกอปปี้ไม่ได้เหมือนเครื่องจักร

ถามว่าการตัดเย็บหรือออกแบบต้องเน้นแฟชั่นจ๋าเลยไหม คนเรียนแฟชั่นไม่จำเป็นต้องทำแฟชั่นเสมอไป เราเรียนจบแฟชั่นมาแต่ก็ไม่ชอบแฟชั่นทำตัวเหมือนเป็นคนทำเสื้อมากกว่า ฉะนั้นตั้งแต่ทำมาตลอด 15 ปี โดยเฉพาะอยู่ในมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงก็ไม่เคยตามแฟชั่นเลย ถ้าติดตามผลงานของเราจะเห็นว่าผลงานเมื่อ 10 กว่าปีก่อนเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นไม่ได้มีอะไรที่แตกต่าง จึงทำให้ผลงานไม่ได้อินแฟชั่น และก็ไม่ได้เอาท์ด้วย




***ผลงานล่าสุดจัดแฟชั่นโชว์ผ้าไทยทอมือในคอนเซ็ปต์อะไร?
เป็นการนำผ้าไทยจากทั่วภูมิภาคที่มีความความแตกต่างกันทั้งเนื้อผ้าและลวดลาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้าย ลายพิมพ์ ผ้าบาติกนำมารวมอยู่ด้วยกันหมด ภายใต้แนวคิด “From Weaving Street To Today Life’s Craft” (ฟอร์ม วีฟวิ่ง สตรีท ทู ทูเดย์ ไลฟ์ คราฟต์) เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของผ้าไทย ที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาแห่งชาติ ผ่านการดีไซน์ร่วมสมัย



คอลเลคชั่นผ้าไทยทั้ง 25 ชุดนี้ต้องบอกว่าการออกแบบตัดเย็บถือว่ายากมากใช้เวลา 2 เดือนในการทำออกมา จากผ้าไทยจาก 5 ชุมชน ได้แก่ ผ้าฝ้ายย้อมคราม จังหวัดสกลนคร, ผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย จังหวัดขอนแก่น, ผ้าฝ้ายทอมือบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี, ผ้าไหมแพรวา จังหวัดกาฬสินธุ์ และผ้าบาติก จังหวัดกระบี่ ที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ขณะเดียวกันจะทำให้เห็นว่าผ้าไทยสามารถนำมาออกแบบได้หลากหลาย ทั้งเสื้อ แจ็คเก็ต หมวก รองเท้า โดยการออกแบบที่ผสมผสานกันระหว่างสไตล์รีโทร-ฟิวเจอริสติกและแฟชั่นแบบยูนิฟอร์ม อาทิ การนำผ้าไหมที่มีคุณสมบัติเด่น คือความเงา มาจับคู่กับไวนีล ซึ่งเป็นพลาสติกประเภทหนึ่ง มาผสมผสานจนได้ลักษณะความเงาในรูปแบบใหม่ ถือว่าเป็นอีกผลงานที่ภาคภูมิใจมาก
 
***อยากฝากผ้าไทยทอมือถึงคนรุ่นใหม่บ้างไหมค่ะ
จริงๆ เชื่อว่าคนไทยยังแคร์ผ้าไทยอยู่ เพราะไม่ว่าจะมีการจัดงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทยที่ไหนก็จะมีคนสนใจไม่น้อย และสิ่งที่เราทำคืออยากให้เห็นว่าวัสดุผ้าไทยสามารถทำได้หลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นแนวผู้หญิงเปรี้ยว แนวใส่ทำงาน อยากให้การทำงานของเราเป็นแนวทางหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนที่อยากใส่ผ้าไทยแล้วคิดว่าใส่ยาก เชื่อมั่นว่าไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะเราทำออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้วว่าพอตัดเย็บออกมาแล้วมันใส่ได้ง่าย ใช้งานได้จริง สวมใส่แล้วมีความพลิ้วไหวสวยงามเลอค่าได้
 
เรียกได้ว่า “ผ้าไทยทอมือ” อยู่ในจิตใจ และอยู่ในสายเลือดของ “อาจารย์กฤษณ์” มาโดยตลอด เพราะเป็นการทำงานที่ตัวเองรักด้วย และมีประโยชน์ต่อชาวบ้านที่ทอผ้าไทยมีรายได้อยู่ สุดท้ายแล้วทั้งหมดก็ถือเป็นการอนุรักษ์ผ้าไทยทอมือ เอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของไทยเรานั่นเอง...
 
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”


 
ที่มา : https://www.dailynews.co.th/article/581423

Image Gallery

Share this Post:
View article: 12