สิงคโปร์มุ่งลงทุนในอินโดนีเซียเพื่อขยายการค้า

Keyword:     การค้า  การลงทุน  ความเคลื่อนไหวสิ่งทอ  อินโดนีเซีย 

สิงคโปร์มุ่งลงทุนในอินโดนีเซียเพื่อขยายการค้า

บริษัทสิงคโปร์เพิ่มความสนใจในการเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย ที่มีตลาดใหญ่ถึง 252.8 ล้านคน นับเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย (รองจากจีนและอินเดีย) และคิดเป็นร้อยละ 40.2 ของประชากรในอาเซียน 629.01 ล้านคน โดยมีบริษัทสำคัญ ๆ ที่เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย อาทิ Keyfields เป็นบริษัทให้บริการด้านโลจิสติกส์ ซึ่ง Mr.Kenny Tan, Chief Executive กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมแผนการที่จะเข้าไปลงทุนในกรุงจาร์กาตาร์ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2560 โดยบริษัทฯ เห็นว่า อินโดนเซียนับเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเต็มไปด้วยโอกาสเพื่อการลงทุนในสาขาต่าง ๆ อย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีหลาย ๆ บริษัทจากหลายประเทศที่มุ่งเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย แต่ด้วยตลาดขนาดใหญ่จึงสามารถรองรับนักลงทุนได้จำนวนมาก

ตารางที่ 1 : แสดงจำนวนประชากรในอาเซียน ปี 2558

อันดับที่ในเอเซีย

ประเทศ

จำนวนประชากร (ล้านคน)

อาเซียน

629.01

3

อินโดนีเซีย

252.80

7

ฟิลิปปินส์

101.80

8

เวียดนาม

93.40

11

ไทย

67.40

12

เมียนมา

54.20

16

มาเลเซีย

30.70

25

กัมพูชา

15.70

32

ลาว

7.00

34

สิงคโปร์

5.60

49

บรูไน

0.41

ที่มา : http://statisticstimes.com/population/asian-countries-by-population.php   

ในปี 2559 หน่วยงาน Singapore Business Federation (SBF) ได้ดำเนินการสำรวจบริษัทในสิงคโปร์ในประเด็นเรื่องแหล่งลงทุนสำคัญ ๆ ในต่างประเทศ ซึ่งเกือบร้อยละ 50 ของบริษัทจำนวน 1,000 ราย ได้เลือกอินโดนีเซียเป็นตลาดอันดับแรก ๆ สำหรับการเข้าไปลงทุน และเมื่อพิจารณาจากสถิติการลงทุนในภูมิภาคดังกล่าวย้อนหลังไป พบว่า ในปี 2558 อินโดนีเซียอยู่ในอันดับ 3 และเมียนมาอยู่อันดับแรก ในขณะที่ในปี 2559 เมียนมาตกไปอยู่ในอันดับ 5 และอินโดนีเซียเป็นอันดับแรก

Mr.Ho Meng Kit, Chief Executive ของ SBF แสดงความคิดเห็นว่า บริษัทที่ขยายการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่จะลงทุนในด้านการผลิต การคมนาคมและคลังสินค้า

ทางด้าน Mr.Ivan Tan, Group Director ส่วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ International Enterprise (IE) Singapore แสดงความคิดเห็นว่า ในอดีตบริษัทสิงคโปร์หลายรายมีความประสงค์ที่จะเข้าไปลงทุนในจีน เพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่ในปัจจุบันการขยายตัวทางการค้าของจีนอยู่ในสภาวะการณ์ชะลอตัว หลายบริษัทจึงหันไปมองหาประเทศในอาเซียนที่มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสูงขึ้น

เมื่อพิจารณาด้านปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนสิงคโปร์ที่เข้าไปลงลงทุนในอินโนดีเซีย ได้แก่ การมีความสัมพันธ์อันดีของระหว่าง 2 ประเทศ และมีจำนวนประชากรรุ่นใหม่ที่เพิ่มมากขึ้นในอินโดนีเซีย

ในขณะที่สาขาธุรกิจที่บริษัทสิงคโปร์เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย ได้แก่ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะด้านการสาธารณูปโภคให้สอดคล้องกับแผนงานของ Mr.Joko ประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่จะสร้างโรงงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 35,000 เมกกะวัตต์ ภายในปี 2562 ทั้งนี้ บริษัทขนาดใหญ่สามารถเข้าไปลงทุนในด้านโรงงานไฟฟ้าและน้ำ ในขณะที่ SMEs เข้าไปลงทุนในด้านพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ทั้งนี้ บริษัท Memiontec (Water Engineering) ของสิงคโปร์ได้เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียในปี 2559 ซึ่งดำเนินการในด้านการบริหารพลังงาน (Energetic Administration) ร่วมมือกับจาการ์ตาเพื่อปรับเปลี่ยนน้ำไม่สะอาดจากคลองสำคัญ ๆ ให้เป็นนำ้สะอาดต่อไป

นอกจากนี้สิงคโปร์เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียแล้ว บริษัทสิงคโปร์ยังหาโอกาสเข้าไปลงทุนในเวียดนามและเกาหลีใต้ด้วย อีกทั้งบางรายไปลงทุนในแอฟริกา เช่น Botswana, Ghana และ Nigeria ซึ่งสาขาที่ลงทุน ได้แก่ การผลิตอาหาร ผ้าผืน อิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดของ International Enterprise (IE) Singapore ในปี 2555 แสดงถึงการลงทุนรวมจากต่างประเทศในอินโดนีเซียมีมูลค่า 34.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.6 จากมูลค่า 27.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2554 โดยการลงทุนจากประเทศ 3 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ (มูลค่า 4.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 19.8) รองลงมาได้แก่ ญี่ปุ่น (มูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10) และอันดับ 3 ได้แก่ เกาหลีใต้ (มูลค่า 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.9) ซึ่งส่วนใหญ่สิงคโปร์จะเข้าไปลงทุนในเขตสุมาตรา (Sumatera) ขวา (Jawa) บาหลีและนูชาเต็งการ์ (Bail dan Nusa Tenggars) กาลิมันตัง (Kalimantan) Sulasesi, Maluku และ Papua

สำหรับการค้าระหว่างสิงคโปร์กับอินโดนีเซีย ปี 2559 มีการค้ารวมมูลค่า 32,254.90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสิงคโปร์ส่งออกไปยังอินโดนีเซียมีมูลค่า 25,787.34 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 4 รองจากจีน ฮ่องกง และมาเลเซีย ซึ่งขยายตัวลดลงร้อยละ 9.09 ในขณะที่สิงคโปร์นำเข้าจากอินโดนีเซียมีมูลค่า 13,467.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 7 รองจากจีน มาเลเซีย สหรัฐฯ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งขยายตัวลดลงร้อยละ 6.34

ตารางที่ 2 : แสดงมูลค่าการค้าระหว่างสิงคโปร์กับอินโดนีเซีย

การค้าระหว่างสิงคโปร์กับอินโดนีเซีย

มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อัตราการขยายตัว (%)

2558

2559

รวม

45,745.84

39,254.90

-14.19

การส่งออก

28,367.02

25,787.34

-9.09

การนำเข้า

14,378.82

13,467.56

-6.34

ที่มา : https://www.iesingapore.gov.sg/-/media/IE-Singapore/Files/Events/iAdvisory-Series/Indonesia-2013/1Indonesia20investment20outlookBKPM.ashx?la=en

ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ในปี 2030 มูลค่าการบริโภค (ภาพรวม) ของตลาดอินโดนีเซีย มีมูลค่า 1,070 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม ตั้งแต่ 2010 - 2030 อยู่ที่ร้อยละ 7.70 ในขณะที่คาดการณ์ว่ามูลค่าการบริโภคในกลุ่มเครื่องแต่งกาย มีมูลค่า 57,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมฯ อยู่ที่ร้อยละ 5.00

ภาพที่ 1 : คาดการณ์มูลค่าการบริโภคของตลาดอินโดนีเซียถึงปี 2030

99.jpg

ที่มา :-

  1. International Enterprise (IE) Singapore

  2. The Jakartapost.com

  3. Statisticstime.com

  4. The Straits Times

  5. INDONESIA INVESTMENT COORDINATING BOARD: BKPM

  6. กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

 

Share this Post:
View article: 70