กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ายกเลิกการตรวจสอบ Formaldehyt ในสิ่งทอเวียดนาม

Keyword:     formaldehyt  กฎระเบียบสิ่งทอ  สิ่งทอ  เวียดนาม 

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ายกเลิกการตรวจสอบ Formaldehyt ในสิ่งทอเวียดนาม

 

ฮานอย: vnexpress.vn รายงานว่า ผู้ประกอบการสิ่งทอจะไม่ต้องดําเนินการขั้นตอนในการตรวจสอบปริมาณสาร Formaldehyt และ สารอะโรมาติกเอมีน ตามหนังสือเวียนฉบับใหม่ที่ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า

 

นายเจิ่น ต๊วน แอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ได้ลงนามในหนังสือเวียนเลขที่ 23 ยกเลิกข้อกําหนด ที่ว่าด้วยการตรวจสอบหาสาร Formaldehyt และสารอะโรมาติกเอมีน ที่ได้จากการย้อมสีเอโซในผลิตภัณฑสิ่งทอ

 

เนื้อหาของหนังสือเวียนฉบับดังกล่าวไม่มีการระบุเป็นรูปธรรม แต่ระบุการยกเลิกข้อกําหนดในหนังสือเวียนเลขที่ 37/2558 ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 26 เดือนพฤศจิกายน 2559 ผู้ประกอบการเมื่อนําเข้าสินค้าตัวอย่างผ้าผืนมายังเวียดนาม จะไม่ต้องดําเนินการตรวจสอบหาปริมาณ Formaldehyt และสารอะโรมาติกเอมีน ที่ตกค้างจากการย้อมสีจากเอโซในด่านศุลกากร

 

หนังสือเวียนเลขที่ 37/2558 ผู้ประกอบการนําเข้าผ้าผืนเพื่อการผลิตและส่งออก จะต้องมีการตรวจสอบสาร 2 ตัวดังกล่าว (การตรวจสอบปกติตรวจสอบเอกสาร และตรวจสอบตัวอย่าง)

 

ในช่วงเวลาที่ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้้ผู้ประกอบการและสมาคมสิ่งทอ "ร้องทุกข์" เกี่ยวกับข้อกําหนดตรวจสอบนี้ ในการประชุมและสนทนาเกี่ยวกับการปฏิรูประเบียบราชการระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า กับผู้ประกอบการด้านสิ่งทอเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ประกอบการสิ่งทอบางรายระบุว่า ข้อกําหนดดังกล่าวไม่ชัดเจน ทําให้พวกเขาเสียค่าใช้จ่ายและลดความสามารถในการแข่งขัน

 

หากผู้ประกอบการนําเข้าตัวอย่างผ้า 10 เมตร ก็ยังถูกตรวจสอบปริมาณสาร Formaldehyt และสารอะโรมาติกเอมีน ด้วยค่าใช้จ่ายถึง 100 ดอลลาร์ฯ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบกับผู้บริโภคที่จะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพงขึ้น

 

ในรายงานของกระทรวงวางแผนและการลงทุนที่ส่งไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์การตรวจสอบด้านศุลกากรสําหรับสินค้านําเข้ากระทรวงฯ ระบุว่า จากความเป็นจริง เมื่อตรวจสอบหาปริมาณสาร Formaldehyt และสารอะโรมาติกเอมีน พบสัดส่วนเพียงเล็กนอยที่ไม่ได้มาตรฐาน (ประมาณร้อยละ 0.0125 ในจํานวน 8,000 shipment ที่นําเข้าในแต่ละปี) อีกทั้งยังไม่ปรากฏผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากปริมาน formaldehyt สูงกว่าระดับที่กําหนดไว้

 

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย (กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ)

 

Share this Post:
View article: 28