กสอ.จับมือ 3 กูรูแฟชั่น เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์พร้อมหนุนไทยสู่ฮับ AEC

Keyword:     aec  thti  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  กระทรวงอุตสาหกรรม  สถาบันฯสิ่งทอ  สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม  อัญมณีและเครื่องประดับ  โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ 

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) และมหาวิทยลัยศิลปากร เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เดินเครื่องเต็มสูบเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่ยุค 4.0 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยใน 4 ด้าน คือ 1.พัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดตราสินค้าที่มีอยู่เดิ่มให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น 2.พัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นเพื่อก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 และแฟชั่นฮับของภูมิภาค 3.พัฒนาไหมไทยให้มีความร่วมสมัยและมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไหมไทยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก 4.พัฒนา SMEs ในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมที่เหมาะสม และการพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าผืนให้มีความร่วมสมัยและมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้สินค้าแฟชั่นและเคหะสิ่งทอ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 30 %

นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2559 ( 3 ไตรมาสแรก ระหว่างเดือนมกราคม-ตุลาคม) อุตสาหกรรมแฟชั่นสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกได้กว่า 6 แสนล้านบาท ประกอบด้วยสาขาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวโยงกันเป็นห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ยังคงประสบปัญหาด้านการส่งออกอย่างต่อเนื่อง จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากประเทศที่มีต้นทุนค่าแรงงานต่ำกว่า รวมถึงการปรับแก้ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ด้วยเหตุนี้การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญทั้งในเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน การแนะแนวทางการออกแบบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาเทคนโนโลยีและนวัตกรรม เป็นต้น โดยยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย มุ่งไปสู่ Industry 4.0 ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ มีเป้าหมายการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และก้าวขึ้นสู่การเป็นฮับด้านแฟชั่นของอาเซียน ทั้งนี้ ตั้งเป้าเพิ่มยอดการส่งออกสินค้าแฟชั่น ทั้งสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องหนังให้เพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี นับจากนี้ไป

ดร.สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยไปสู่ Industry 4.0  หนึ่งในกิจกรรมที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมั่นคงได้ คือ การพัฒนานักออกแบบแฟชั่นซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยต่อยอดให้เกิดกระบวนการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมแฟชั่น ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยที่ผ่านมาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยอยู่ในช่วงชะลอตัว เกิดจากผลกระทบหลายด้าน กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องเร่งผลักดันและพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยทั้ง 3สาขาดังกล่าว ให้พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแฟชั่นอาเซียนภายในปี 2560 ตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับกิจกรรมภายใต้โครงการเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมให้แข็งแกร่ง ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ๆ คือ

1.การสร้างนักออกแบบในอุตสาหกรรมแฟชั่น (FDC 2017) ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเสริมรากฐานของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เข้มแข็ง ด้วยการคัดเลือกนักออกแบบและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 130 คน ผ่านกระบวนการอบรม ปรึกษา แนะนำอย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริง

2.กิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดตราสินค้าสู่อาเซียน หรือ D Space : ASEAN FORWARD ดำเนินงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 โดยมี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นหน่วยร่วมดำเนินการ โดยพัฒนาแบรนด์สินค้าแฟชั่นไทยจำนวน 15 กิจการ 5 ต้นแบบ ในทุกมิติ ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพ การออกแบบ การผลิตและตราสินค้า ภายใต้แนวความคิดที่มุ่งเน้นการสร้างความสำเร็จของผู้ประกอบการแบรนด์สินค้าแฟชั่นไทยด้านความสร้างสรรค์ คุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มประเทศอาเซียนและระดับนานาชาติต่อไป

3.กิจกรรม Modern Thai Silk ระยะที่ 4 เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบไหมไทยร่วมสมัย  มิติใหม่แบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary) ของการออกแบบอิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับเทรนด์โลก และการใช้ตามแนวโน้มตลาด Spring/Summer 2017 โดยมีเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการจำนวน 15 กิจการ โดยมี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหน่วยร่วมดำเนินการ

4.กิจกรรมพัฒนาผ้าผืนสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำสิ่งทออาเซียน ด้วยการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าผืนให้ตรงกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าผืนทั้งในและต่างประเทศ ให้สามารถใช้ได้กับสินค้าแฟชั่นและเคหะสิ่งทอ โดยนำเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เหมาะสมมาใช้ มีเป้าหมาผู้ประกอบการเข้าร่วม 15 กิจการ ภายใต้ แนวคิด คุณสมบัติพิเศษ (Functional Textile) และผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Textile) โดยมี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหน่วยร่วมดำเนินการ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทั้ง 3 หน่วยงาน คือ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นหน่วยร่วมดำเนินการในกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างนักออกแบบกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยผสมผสานร่วมกับการออกแบบและการประยุกต์เข้ากับเทรนด์แฟชั่นสากล ทำให้มั่นใจได้ว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย จะได้รับการพัฒนาและยกระดับเพื่อเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของอาเซียนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ดร.สมชาย กล่าว

สำหรับผู้ประกอบการ นักศึกษา และประชาชนที่สนใจด้านแฟชั่น สามารถสอบถามเพิ่มได้ที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 4 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2367 8201 , 0 2367 8022
หรือ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมที่ 3 และ 4 ซึ่งดำเนินงานโดย สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2713 5492 – 9 ต่อ 408 และ 409  พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่  www.thaitextile.org  หรือ facebook : Thailand Textile Institute

Share this Post:
View article: 85