Start up มิติใหม่ไหมไทย..Modern Thai Silk in Paris

Keyword:     modern thai silk  thti  สถาบันฯสิ่งทอ 

Start up มิติใหม่ไหมไทย...สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมผสานเทรนด์ตอบโจทย์ความร่วมสมัย

เผยกระแสตอบรับดีมีออเดอร์เพิ่มหลังพาบุกปารีส คาดแนวโน้มยอดสั่งซื้อเพิ่ม 40 %

 

(10 มี.ค.59) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โชว์ศักยภาพไหมไทยมิติใหม่ พัฒนาอย่างสร้างสรรค์ มาพร้อมฟังก์ชั่น ความสวยงามและสีสันตามเทรนด์ อาทิ ไหมคอลลาเจนรักษาความชุ่มชื้นแก่ผู้สวมใส่ ไหมผสมเส้นใยสับปะรด ไหมผสมเส้นใยไผ่และผักตบชวา สวมใส่เย็นสบาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไหมคอลลาเจนใยกัญชงทอร่วมกับเทคนิคการถักโครเชต์คงความอัตลักษณ์ชุมชน ไหมโพลีโครงสร้างแข็งแรง ลดกลิ่นอับดักจับไรฝุ่น ไหมย้อมสีด้วยมูลช้าง และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมกว่า 30 ผืน พร้อมแนะเทรนด์แฟชั่น Spring/Summer 2017 โดยแบ่งแนวทางการออกแบบ (Trend) เป็น 4 ประเภท หลัก คือ (1) เสียงกระซิบ (Whisper) (2) ความมีรสชาติ (Flavour) (3) การเดินทาง (Voyage) (4) มายา (Artifice) ที่มุ่งไปสู่การผลิตสิ่งที่สวยงาม แต่เรียบง่าย ดูแลรักษาง่าย มีคุณสมบัติพิเศษ ให้ความสำคัญเรื่องของสัมผัสที่พิเศษกับผู้สวมใส่ ภายในงานสัมมนา Modern Thai Silk in Paris ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดปีงบประมาณ 2558 หลังประสบความสำเร็จจากนำผ้าตัวอย่างไปจัดแสดงในงาน Premiere Vision  ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา เผย Louis Vuiton , H&M ,Yves Saint Laurent  รวมทั้งผู้ประกอบการจากโปรตุเกส สเปน ตุรกีและอีกหลายประเทศสนใจ คาดได้รับยอดสั่งซื้อจากการเจรจาธุรกิจภายใน 3 เดือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 23  และคาดว่าจะมียอดการสั่งซื้อตลอดทั้งปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับยอดสั่งซื้อจากปีที่แล้ว

หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โทร. 0 2713 5492 – 9 ต่อ 413 หรือ www.thaitextile.org

ดร.ชาญชัย  สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า โครงการ กิจกรรม Modern Thai Silk (ระยะที่ 2) เป็นมิติใหม่ในการพัฒนาแบบสหวิทยาการ (Design + Engineering) ของการออกแบบอิงวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงกับเทรนด์โลกและใช้การออกแบบเชิงวิศวกรรมตั้งแต่ระดับเส้นใยถึงผ้าผืน โดยแนวทางในการเริ่มต้นองค์ความรู้กระบวนการวิจัยและพัฒนาจากการ ดำเนินงาน ศึกษาวิจัยและพัฒนาผ้าไหมไทยร่วมสมัย ภายใต้โครงการการเพิ่มมูค่าของผลิตภัณฑ์ OTOP โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และงบประมาณการสนับสนุนจาก สำนักงานบริหารการพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เมื่อปี 2556 และกิจกรรมการพัฒนาผ้าไหมไทยร่วมสมัยสู่สากล ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นปีงบประมาณ 2557 โดยมีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณและดำเนินงานโดยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

 

จากผลการดำเนินกิจกรรมพัฒนาไหมไทยร่วมสมัย หรือ Modern Thai Silk อย่างต่อเนื่อง ทำให้ Modern Thai Silk เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการแฟชั่นทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ต่อเนื่องในปี 2558 ซึ่งได้ดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดปีงบประมาณ 2558 โดยมุ่งต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงในกลุ่มแฟชั่นและเคหะสิ่งทอ ตรงเทรนด์และมีคุณลักษณะพิเศษ รวมทั้งบูรณาการจากเส้นใยถึงการฟอกย้อม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไหมไทยให้มีความร่วมสมัยและมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้สินค้าแฟชั่น และเคหะสิ่งทอที่เป็นสากล และเพื่อสร้างการยอมรับภาพลักษณ์ไหมไทยให้เป็นไหมที่สำคัญของโลก โดยตั้งเป้าพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบการผลิตเส้นใย เส้นไหม เส้นด้าย ผ้าผืน และฟอกย้อมพิมพ์ ตกแต่งสำเร็จ รวมไม่น้อยกว่า 25 กิจการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 50 ชิ้น โดยล่าสุดได้พัฒนาสำเร็จกว่า 30 ชิ้น ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น ความสวยงามและตามเทรนด์ 

สำหรับการดำเนินงานพัฒนาและออกแบบใช้แนวคิดและเทรนด์ในปี Spring/Summer 2017 ที่มุ่งไปสู่การผลิตสิ่งที่สวยงาม แต่เรียบง่าย ดูแลรักษาง่าย มีคุณสมบัติพิเศษ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไอเดียที่โดดเด่น แต่ให้ความสำคัญเรื่องของสัมผัสที่พิเศษ ให้กับผู้สวมใส่ โดยแนวคิดหลักของการออกแบบ คือ การให้ความสำคัญ กับการเป็นตัวตน มีเอกลักษณ์เฉพาะ มากกว่าการลอกเลียนแบบ ให้ความสำคัญ กับสไตล์มากกว่าเทรนด์ สไตล์คือตัวตน การแต่งตัว เพื่อแสดงตัวตน แต่แนวทางการออกแบบ (Trend) ยังคงตามตลาด ซึ่งอธิบายได้ว่า แนวคิดหลักของการออกแบบจะเน้นไปที่การ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่าการวิ่งตามเทรนด์ โดยได้แนวคิดหลักคือการ ค้นหาความสวยงามระหว่าง ความเปราะบางและ ความหนาทึบ ความสว่าง ความหยาบ ของเหลว โดยได้แบ่งแนวทางการออกแบบ (Trend) เป็น 4 ประเภท หลัก คือ (1) เสียงกระซิบ (Whisper) (2) ความมีรสชาติ (Flavour) (3) การเดินทาง (Voyage) (4) มายา (Artifice)

โดยผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามีหลากหลาย อาทิ ไหมคอลลาเจนรักษาความชุ่มชื้นแก่ผู้สวมใส่ ไหมผสมเส้นใยสับปะรด ไหมผสมเส้นใยไผ่และผักตบชวา สวมใส่เย็นสบาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไหมคอลลาเจนใยกัญชงทอร่วมกับเทคนิคการถักโครเชต์คงความอัตลักษณ์ชุมชน ไหมโพลีโครงสร้างแข็งแรง ลดกลิ่นอับดักจับไรฝุ่น ไหมย้อมสีด้วยมูลช้าง และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมนำไปจัดแสดงในงาน Premiere Vision Paris ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 15 – 18 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา พบว่า มีแบรนด์ต่าง ๆ สนใจเข้าเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ภายในบูธมากมาย อาทิ Louis Vuiton , H&M ,Yves Saint Laurent  ผู้ประกอบการจากประเทศตุรกี โคลัมเบีย โปรตุเกส สเปน  และผู้ประกอบการจากประเทศไทย โดยส่วนใหญ่ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ ทั้งเส้นใยธรรมชาติ ทั้งแนวทางการปั่นเส้นใย และเทคนิคการทอ  ซึ่งได้มีการเจรจาธุรกิจโดยคาดว่าจะได้รับการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นภายใน 3 เดือน ร้อยละ 23 และมีแนวโน้มในการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีร้อยละ 40  ดร.ชาญชัย กล่าวฯ

Premiere Vision Paris ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นงานแสดงสิ่งทอและผ้าผืนระดับโลก ที่รวบรวมดีไซเนอร์จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลกจำนวนมาก อาทิ กุชชี่  หลุยส์ วิตตอง  ชาแนล เบอร์เบอร์รี่ (Burberry) เฟนดิ (Fendi)  คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) ปราด้า (Prada) คริสเตียน ลูบูติน  (Christian louboutin) เวอซาเช่ (Versace) และ เฮอร์เมส (Hermes) เป็นต้น ทั้งนี้การนำผลิตภัณฑ์เข้าจัดแสดงในงานดังกล่าว ต้องผ่านกระบวนการคัดสรรจากผู้จัดงานหลายขั้นตอน ถือเป็นโอกาสของสิ่งทอไทยที่สามารถผ่านเข้าสู่การจัดแสดงงานระดับโลกในครั้งนี้ได้ นับเป็นการปฏิวัติวงการผ้าไหมไทยให้สามารถก้าวเข้าสู่เวทีตลาดโลกได้อย่างสวยงาม

ภาพรวมสำหรับการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยไปฝรั่งเศสปี 2558 มีมูลค่า 112.46 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 0.75 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการนำเข้า มีมูลค่า 43.59 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 2.48 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การส่งออกสิ่งทอปี 2558 มีมูลค่า 13.13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 18.86  สำหรับผ้าผืน  การส่งออกมีมูลค่าเท่ากับ 2.13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 21.84 ส่วนเครื่องนุ่งห่มส่งออก 99.33  ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.26   การนำเข้าสิ่งทอมีมูลค่า 29.51 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง ร้อยละ 5.01 ซึ่งไทยนำเข้าผ้าผืนลดลง ร้อยละ 11.73 คิดเป็นมูลค่า 8.51 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 14.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.26

หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โทร. 0 2713 5492 – 9 ต่อ 413 หรือ www.thaitextile.org

 

Share this Post:
View article: 166