ภาวะเครียดจากความร้อนเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มหรือไม่?

Keyword:     ความเคลื่อนไหวสิ่งทอ  ภาวะเครียดจากความร้อน  ภาวะโลกร้อน  อาเซียน  แรงงาน 

 

 

                มีรายงานเตือนว่าศูนย์กลางการผลิตของโลกที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมไปถึงผู้ผลิตเสื้อผ้าและรองเท้าในเวียดนามและกัมพูชา อาจจะประสบปัญหาประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานลดลงมาสองหลักในอีก 30 ปีข้างหน้าเนื่องจากอุณหภูมิและภาวะเครียดที่เกิดจากความร้อนที่สูงขึ้น รายงานดังกล่าว (28 ตุลาคม 2015) ยังเตือนอีกว่านักลงทุนในภูมิภาคดังกล่าวอาจจะต้องเจอกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการผลิตและสวัสดิการสุขภาพที่ให้แก่พนักงานรวมทั้งความเสี่ยงที่ห่วงโซ่ในการผลิตไม่อาจไม่ดำเนินการไปได้ตามปกติ

                ดัชนีวัดค่าภาวะเครียดที่เกิดจากความร้อนในอนาคตของสถาบัน Future Climate คาดการณ์ว่า ภายในช่วงอายุคนรุ่นนี้ เขตเศรษฐกิจเช่น ประเทศสิงค์โปร์ มาเลเซีย และ อินโดนิเซียจะมีประสิทธิผลในกำลังการผลิตลดลง 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ในขณะที่ประเทศกัมพูชาและฟิลิปปินส์อาจจะเห็นอัตรากำลังการผลิตลดลง 12% ภายในปี 2045 ดัชนีวัดค่านี้ยังทำนายอีกว่า ประเทศศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะประสบกับภาวะเครียดที่เกิดจากความร้อนมากที่สุดคือ ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศเวียดนาม ซึ่งติดอันดับประเทศที่เสี่ยงต่อภาวะเครียดจากความร้อนในอันดับที่ 7, 11 และ 17 ตามลำดับ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกัมพูชาซี่งมีความเสี่ยงจากภาวะเครียดจากความร้อนเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลก โดยดัชนีความเสี่ยงคาดการณว่าจะลดลงจากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 5.13 (เต็ม 10) ไปยัง 0.03 (ค่าดัชนีมีค่าน้อยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากเท่านั้น) ดังนั้น จึงถูกจัดว่า “มีความเสี่ยงสูง” มีรายงานว่าพนักงานโรงงานจำนวนมากเป็นโรคลมแดด โดยพนักงานกว่า 300 คนเป็นลมแดดในช่วงดังกล่าวเนื่องจากเหตุผลหลายอย่างเช่น การขาดสารอาหารและภาวะเครียดจากความร้อน กลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมสากล (International Labour Organization) จับตามองกับสถานการณ์ดังกล่าว

                นอกจากนี้  นักวิจัยชื่อ Verisk Maplecroft กล่าวว่า หากไม่มีมาตรการปรับตัวต่อภาวะนี้ การเจ็บป่วยจากภาวะเครียดจากความร้อนก็จะพบเห็นได้มากขึ้นเนื่องจากภาวะโลกร้อนการศึกษาเรื่อง การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในปี 2016 ได้ใช้วิธีการล่าสุดในการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในอนาคตเพื่อคำนวณการลดลงลงของประสิทธิภาพแรงงานในแต่ละประเทศ โดยคำนวณจากการเพิ่มขึ้นของปัจจัยที่จะทำให้เกิดภาวะเครียดจากความร้อนและทำให้กำลังการผลิตของแรงงลดลง  ผลการวิจัยเป็นไปตามที่นักวิทยาศาสตร์โลกร้อนทำนายไว้ว่าปี 2015 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์  ปีที่ร้อนที่สุดเก้าปีจากทั้งหมดสิบปีเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ สถาบันVerisk Maplecroft คาดการณ์ว่าภายในปี 2045 ประชากรเกือบครึ่งโลก (47%) จะอยู่ในประเทศที่มีดัชนีความเสี่ยงสูง โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีความเสี่ยงมากที่สุด การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและความชื้นจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจะทำให้จำนวนวันในการทำงานเพิ่มสูงขึ้นจนเกินระดับความปลอดภัยจากสภาวะความเครียดที่มาจากความร้อน ซึ่งนี้จะทำให้เกิดการขาดงานเพิ่มขึ้นจากสาเหตุ เช่น วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือแม้แต่เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ พืชและปศุสัตว์ก็จะได้รับผลกระทบจากภาวะเครียดจากความร้อนซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร ความยากจน และการย้ายถิ่น สิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการไม่มีเสถียรภาพในที่สุดสถาบัน Verisk Maplecroft ได้ประมาณการณ์ว่า ในช่วงสามทศวรรษข้างหน้านี้ ประสิทธิภาพแรงงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะลดลง 16% เมื่อเทียบกับปัจจุบันเนื่องจากภาวะเครียดจากความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมากกว่าประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเครียดจากความร้อนลองลงมาซึ่งก็คือประเทศแถบคาริเบียนและแอฟริกาตะวันตกถึงเกือบสองเท่า

             อย่างไรก็ตาม ปัจจัยผลกระทบของภาวะความเครียดที่เกิดจากความร้อนต่อแรงงานกลับถูกเพิกเฉยเมื่อมีการเสนอโมเดลทางการเงิน ในทำนองเดียวกัน ประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่สูงจะต้องจัดการกับปัญหานี้หากต้องการที่จะไปให้ถึงเป้าหมายการเติบโตของเศรษกิจที่คาดการณ์ไว้  ทั้งนี้ ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า  GDP ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้น 50% เป็นเงิน 9 ล้านล้านดอลล่าสหรัฐฯ คิดเป็น 13% ของการเจริญเติบโตรวมทั้งโลก บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงเชื่อว่าองค์กรใดก็ตามที่นำปัจจัยความเสี่ยงสภาพอากาศไปคิดด้วยในการวิเคราะห์ความเสี่ยง การตัดสินใจในการลงทุน และการวางแผนแนวทางเรื่องสุขภาพของพนักงาน จะมีความพร้อมต่อการแข่งขันทางธุรกิจมากกว่า

Dr.James Allan หัวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมที่สถาบัน Verisk Maplecroft อธิบายว่า “โลกร้อนจะยิ่งทำให้ผลกระทบของภาวะเครียดจากความร้อนพุ่งสูงขึ้นจนถึงจุดขีดสุดและจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและสุขภาพของพนักงานที่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ..” รัฐบาลและภาคธุรกิจควรจะวิเคราะห์ว่าทรัพย์สินใด ภาคเศรษฐกิจใด สินค้าโภคภัณฑ์ใดและกลุ่มใดมีความเสี่ยงมากที่สุด ต่อจากนั้นควรวางแผนว่าจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร”

           งานวิจัยนี้ได้คำนวณกำลังการผลิตของแรงงานโดยประเมินว่าความร้อนและความชื้นที่สูงจะเป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมที่มนุษย์เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างไรบ้าง จากการคำนวณข้างต้นใช้เมตริกซ์ของ Web Bulb Globe Temperature ในการคำนวณโดยนำอุณหภูมิและความชื้นมาคำนวณรวมกัน เมื่อเมตริกซ์มีค่าสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ประสิทธิภาพของร่างกายในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางร่างกายจะลดลงไปราวๆ 25 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งเมตริกซ์ WBGT สูงขึ้น ประสิทธิภาพของร่างกายก็จะลดลงมากขึ้นจนถึงจุดที่มีค่า 32 องศาเซลเซียส เมื่อถึงจุดนี้ภาวะความเครียดที่เกิดจากความร้อนมักจะเกิดขึ้นในทุกกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมาก

 

ที่มา :

https://www.just-style.com/analysis/is-heat-stress-the-next-threat-to-apparel-supply-chains_id126499.aspx

Share this Post:
View article: 185