รัฐอัดงบชู4อุตฯดาวเด่น หวังรายได้เพิ่ม1.5แสนล.

Keyword:     กสอ.  คลัสเตอร์  อุตสาหกรรมดาวเด่น  แฟชั่น 

กสอ.ทุ่ม 147 ล้านบาท หนุนเอสเอ็มอีขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดาวเด่น 4 กลุ่ม ยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์การแพทย์ อาหารแปรรูป และแฟชั่น ผ่าน 27 กิจกรรม ในกลุ่มเป้าหมาย 470 กิจการ หวังยกระดับการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันในตลาดโลก คาดจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศได้ 1.5 แสนล้านบาท ขณะที่ปี 2560 ตั้งงบกว่า 1 พันล้านบาท สนับสนุนคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่ม

นายสมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.)กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในส่วนความรับผิดชอบของกสอ.ที่มีความใกล้ชิดกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีนั้น

ในปี 2559 จะเข้าไปมีบทบาทส่งเสริมหรือสนับสนุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคลัสเตอร์ที่เป็นดาวเด่น 4 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยได้มีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 147.266 ล้านบาท ไว้ใช้สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานผ่านกิจการหรือโครงการต่างๆ จำนวน 27 กิจกรรม ในกลุ่มเป้าหมาย 470 กิจการ และพัฒนาบุคลากร 1.69 พันคน อย่างเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ จะมีการพัฒนาขีดความสามารถอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ยานยนต์ 120 กิจการ และฝึกอบรมทักษะบุคลากรจำนวน 600 คน ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการได้รับการปรึกษาแนะนำเชิงลึกในการเพิ่มผลิตภาพ การพัฒนาเทคโนโลยี เป็นต้น รวมถึงการสร้างเครือข่ายของคลัสเตอร์อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เพิ่มขึ้นอีก 1 เครือข่าย จากปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 1 เครือข่าย มี 36 บริษัทเข้าร่วม ซึ่งจะช่วยให้เกิดการกระจายออร์เดอร์การผลิตไปยังเครือข่ายตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ รวมถึงการสร้างเครือข่ายของยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่รัฐบาลจะส่งเสริมด้วย พร้อมทั้งจะมีกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างต่ำ 20 กิจการ เป็นต้น

ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์นั้น จะมีกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำด้านมาตรฐานและเทคโนโลยี 37 กิกรรม เพื่อให้สถานประกอบการ ได้รับการพัฒนาด้านมาตรฐานการผลิต และยกระดับการผลิต และผลิตภัณฑ์มีศักยภาพแข่งขันในตลาดได้ รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต จำนวน 160 คน

 

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ส่วนอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปนั้น มีเป้าหมายที่จะเข้าไปให้คำปรึกษาแนะนำจำนวน 220 กิจการ และจัดฝึกอบรมบุคลากรจำนวน 800 คน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ จำนวน 70 ผลิตภัณฑ์

ขณะที่อุตสาหกรรมแฟชั่น จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดตราสินค้าสู่อาเซียน เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรงมากขึ้น โดยเน้นการพัฒนาและส่งเสริมทางด้านการตลาดสู่อาเซียนเพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจการ ประกอบด้วย อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 20 กิจการ เครื่องหนังและรองเท้า 20 กิจการ อัญมณีและเครื่องประดับ 10 กิจการ

รวมถึงพัฒนาผ้าผืนสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำอาเซียน ที่เน้นการพัฒนาสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 50 กิจการ อีกทั้ง การสร้างนักออกแบบในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่จะจัดอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำอย่างเข้มข้น จำนวน 130 คน และพัฒนาผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ จำนวน 18 หลักสูตร จำนวน 800 คน

ทั้งนี้หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย กสอ.คาดว่าจะช่วยสร้างมูลคาเพิ่มให้กับประเทศได้ประมาณ 5-10 %หรือประมาณ 7.5 หมื่นล้าน – 1.5 แสนล้านบาท ของมูลค่าการส่งออก 4 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอยู่ 1.5 ล้านล้านบาทได้

ส่วนการจัดสรรงบประมาณในปี 2560 เพื่อใช้สำหรับการส่งเสริมเอสเอ็มอี ที่ได้ยื่นขอไปแล้วจำนวน 2.5 พันล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณานั้น ในส่วนนี้จะใช้สำหรับการส่งเสริมเอสเอ็มอีในส่วนของคลัสเตอร์อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่ม ประมาณ 50 %

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,115 วันที่ 20 – 23 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ที่มา   http://www.thansettakij.com/2015/12/23/22564

 

Share this Post:
View article: 223