Contemporary Fashion Industry Profile

Keyword:     contemporary fashion  industry profile  แฟชั่นร่วมสมัย 

โครงสร้างและข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัย

(Thailand Industry Profile – Contemporary Fashion Clothing)

 

นิยาม

เสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัย (Contemporary Fashion) เป็นกลุ่มเสื้อผ้าชั้นนอกทั้งบุรุษและสตรี โดยไม่นับกลุ่มชุดสูทและเครื่องแต่งตัวเป็นชุดสำหรับบุรุษ ชุดสูทและเครื่องแต่งกายเป็นชุดสำหรับสตรี กลุ่มเสื้อผ้าสำหรับการป้องกัน ชุดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขัน รวมถึงชุดชั้นใน และเสื้อผ้าเด็ก โดยเสื้อผ้ากลุ่มเสื้อผ้าจะเน้นการออกแบบตามเทรนด์แฟชั่น สามารถสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส โดยมีลักษณะของความเป็นชุดลำลอง และสามารถใส่เป็นชุดทำงานได้ (เป็นได้ทั้ง Fashion wear และ Office Wear)  การพัฒนาเสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัยจะขึ้นอยู่กับแนวทางผู้ผลิตว่าจะเน้นให้ผลิตภัณฑ์ของตนมีลักษณะผลิตภัณฑ์เน้นไปในทางใดระหว่างการเป็นชุดลำลองหรือชุดทำงาน รวมทั้งต้องกำหนดบุคลิก รสนิยมของผู้บริโภค ในแบรนด์ของตนให้ชัดเจน  ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าของเสื้อผ้าในกลุ่มนี้คือ การออกแบบ ให้ตรงตามความต้องการของเทรนด์แฟชั่น

 

ปัจจัยสนับสนุนการบริโภค และปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัย

 

ปัจจัยสนับสนุนการบริโภค

ประเทศไทยมีวัฒนธรรมการบริโภคแฟชั่นที่เป็นเอกลักษณ์และมีความโดดเด่นกว่าประเทศในภูมิภาคอาเซียน และมีกำลังซื้อสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัยในทุกระดับราคา มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้การบริโภคในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่สนันสนุนอุตสาหกรรม มีมูลค่ารวมในปัจจุบันถึงประมาณ 300,000 ล้านบาทต่อปี (สำนักงานสถิติแห่งชาติ) โดยมีปัจจัยสนับสนุนการบริโภคในประเทศ ได้แก่

 

วัฒนธรรมร่วมสมัย

การเปิดกว้างและการตอบรับวัฒนธรรมต่างประเทศของสังคมไทยเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้การค้าในสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยมีการเติบโต หากแต่การรับวัฒนธรรมของสังคมไทยนั้นเป็นการรับโดยนำมาประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิต บริบทท้องถิ่นและวัตถุดิบในประเทศจนเกิดรูปแบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยอย่างหลากหลาย ยกตัวอย่าง เช่น การเข้ามาของวัฒนธรรมอาหารและการแต่งกายแบบตะวันตกและจีนตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ ล้วนถูกดัดแปลงจนกลายเป็นรูปแบบใหม่ และถูกเรียกว่าเป็นอาหารไทย หรือชุดไทย ส่งผลต่อรากฐานวัฒนธรรมที่ทำให้คนไทยมีความยึดมั่นกับแบรนด์แฟชั่นน้อย โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นในระดับราคาปานกลาง ปรากฏเป็นแบรนด์ที่หลากหลายในตลาดค้าปลีก ผู้บริโภคสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยของไทยจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างความหลากหลายของสินค้า และเป็นจุดแข็งของอุตสาหกรรมแฟชั่น

 

การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม  

การเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้โครงสร้างสังคมมีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนประเทศไทยถูกจัดเป็น Middle Class Country มีสังคมเมืองที่ขยายตัวในทุกภูมิภาค ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลถึงความจำเป็นในการแต่งกายให้เข้ากับสถานะทางสังคมและหน้าที่การงาน เสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัยเป็นเครื่องมือสำคัญของผู้บริโภคในการอยู่ร่วมกับสังคม ส่งผลถึงการบริโภคสินค้าในกลุ่มนี้ที่จำแนกตามโอกาสการใช้งานอย่างชัดเจนขึ้น โดยผู้บริโภคแต่ละรายต้องซื้อสินค้าที่หลากหลายเพื่อใช้ในโอกาสที่ต่างกัน เป็นโอกาสของผู้ประกอบการในทุกระดับตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึง SMEs ที่จะนำเสนอสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดตลอดเวลา

 

การท่องเที่ยว

การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากประเทศในเอเชีย ซึ่งมีวัฒนธรรมการแต่งกายใกล้เคียงกับไทย เป็นโอกาสของสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แตกต่างจาก Global Brand ที่จัดจำหน่ายไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยจึงมีอัตราการซื้อสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยสูง ดังปรากฏว่าในบางพื้นที่ค้าปลีกของแบรนด์ไทย มียอดขายให้แก่นักท่องเที่ยวสูงถึงร้อยละ 70 ทั้งประเภทที่ซื้อสินค้าหลากหลายเพื่อให้แตกต่างจากรูปแบบที่มีในประเทศของตนเอง และซื้อแบบค้าส่งเพื่อไปจัดจำหน่ายในราคาสูงในตลาดที่แบรนด์ไทยยังไม่ได้ขยายช่องทางการจำหน่ายไปถึง นอกจากนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่เปิดโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังไม่พร้อมส่งออกและจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ แต่มีความพร้อมด้านการออกแบบที่หลากหลายและโดดเด่น

 

ปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรม

การเติบโตและการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัย มีองค์ประกอบสนับสนุนที่สอดคล้องกับพัฒนาการของสังคมและอุตสาหกรรมไทยหลายด้าน ได้แก่

 

ทักษะด้านการออกแบบ

การผลิตสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (value added products) โดยสามารถผลิตภัณฑ์ได้ตรงตามกระแสนิยมและเทรนด์แฟชั่น ทั้งวัตถุดิบ ผ้า สีสัน ลวดลาย และรูปแบบของแฟชั่น สินค้ามีคุณภาพตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในเชิงคุณภาพที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ และแบรนด์นั้น ๆ มีการผลิตสินค้าที่มีแนวคิดและตัวตน (concept & characters) ที่ชัดเจน

 

ห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย

บริษัทผู้ผลิตต้องมีการสร้างเครือข่ายของคลัสเตอร์และซัพพลายเชนที่กว้างขวาง มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มอื่น ๆ เช่น วัตถุดิบ วัสดุประกอบ และกลุ่มเครื่องประกอบการแต่งกาย กระเป๋ารองเท้า เครื่องประดับ เพื่อสร้างความหลากหลาย ทำให้สามารถเลือกสินค้าได้ง่ายขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

พัฒนาการของผู้ผลิต

บริษัทผู้ผลิตมีการต่อยอดทางธุรกิจ พัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่ง โดยควรจะขยาย/ปรับปรุงธุรกิจบนพื้นฐานความถนัดเดิมของธุรกิจ คำนึงถึงขนาด (size) รูปแบบ (Format) และประเภทผลิตภัณฑ์ (categories) ที่ดำเนินธุรกิจอยู่และเป้าหมายในการเติบโต เน้นการเติบโตบนพื้นฐานรากฐานเดิมของบริษัท มีความเป็นตัวตนที่ชัดเจน และต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจนกับกลุ่มลูกค้า

 

ความก้าวหน้าของช่องทางค้าปลีก

ตลาดและช่องทางการจัดจำหน่าย การเพิ่มพื้นที่ค้าปลีกและตลาดค้าส่งเป็นโอกาสในการเติบโตของแบรนด์ขนาดเล็กและขนาดกลาง การเจรจาเงื่อนไขทางการค้ากับคู่ค้า อาทิ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ ที่เป็นธรรมเป็นปัจจัยสู่โอกาสการเติบโตของแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัย โดยผู้ผลิตบางรายอาจเพิ่มช่องทางการขายผ่านระบบออนไลน์และสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่การค้าในระบบนี้ผู้ค้าจะต้องมีการเพิ่มระบบการจัดการทางการเงินและการจัดส่งสินค้า

 

การบริโภคสินค้าแฟชั่นร่วมสมัยในภูมิภาคอาเซียน

การเปิดตลาดสู่อาเซียน หรือการเปิดการค้าเสรีสู่ AEC เป็นการเปิดโอกาสให้ตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นร่วมสมัยเติบโต ทั้งในแง่การขยายตลาดและแบรนด์ไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติ (International brands) และการขยายฐานกลุ่มลูกค้า

 

Share this Post:
View article: 141