จับตา! รายงานชี้”แรงงานไทย” เตรียมเผชิญปัญหาวิกฤตสุดปีหน้า กระทบเติบโตเศรษฐกิจ

Keyword:     voice of asia  ข่าวรายวัน  ตลาดแรงงาน  ประชากร  ประชากรไทย  ปี 2561  สังคมผู้สูงวัย  เศรษฐกิจ  เอเชีย  แรงงานไทย 

จับตา! รายงานชี้”แรงงานไทย” เตรียมเผชิญปัญหาวิกฤตสุดปีหน้า กระทบเติบโตเศรษฐกิจ

999.jpg

ดีลอยท์เผยแรงงานไทยจะประสบปัญหาวิกฤตสูงสุดในปี 2561 ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  รัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณมาแก้ปัญหานี้ ยิ่งไปกว่านั้นในปี 2573 ประชากรโลกที่อายุเกิน 65 ปี กว่า 60% จะอยู่ในทวีปเอเชีย ส่งผลต่อแนวโน้มธุรกิจในอนาคต

 

รายงาน Voice of Asia ล่าสุดของดีลอยท์ยืนยันชัดเจนว่าโครงสร้างประชากรซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ กำลังจะทำให้ดุลอำนาจของเอเชียเปลี่ยนไป

  • ในปี 2585 ประชากรที่มีอายุเกิน 65 ปี จะอยู่ในเอเชียมากกว่าประชากรของประเทศสหภาพยุโรปและอเมริกาเหนือรวมกัน

  • อินเดียจะกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายต่อไป เพราะในช่วงปีสิบปีจากนี้ไป แรงงานกว่าครึ่งหนึ่งของทวีปเอเชียจะมาจากอินเดีย

  • โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป จะทำให้มีเกิดโอกาสธุรกิจใหม่มารองรับการขยายตัวของประชากรกลุ่มนี้  เน้นเมกาเทรนด์ เช่น อายุขัยเฉลี่ยที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับรักษาพยาบาลจะสูงขึ้น

  • ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณมาดูแลประชากรสูงวัยเหล่านี้ด้วย

ดีลอยท์เปิดเผยรายงาน ล่าสุด Voice of Asia series. ซึ่งจัดทำมาต่อเนื่อง เป็นปีที่สาม ระบุเอเชียมีประชากรอายุเกิน 65 ปี เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดและมีการขยายตัวสูงสุดในโลก  จาก 365 ล้านคนในปี 2560 เป็น 520 ล้านคนในปี 2570 ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2585 ในเอเชียจะมีประชากรอายุเกิน 65 ปีมากกว่าจำนวนในประชากรของยุโรปกับอเมริกาเหนือรวมกัน นั่นหมายความว่าในเอเชียจะมีประเทศที่มีประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นและส่งผลให้เกิดธุรกิจใหม่ๆเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรสูงวัยมากขึ้นด้วย

“ประชากรสูงวัยจะกลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับบางประเทศ ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับประเทศเหล่านั้น ผลการวิเคราะห์ของเราแสดงให้เห็นว่า จะมีอุตสาหกรรมบางอย่างได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของกลุ่มประชากรสูงวัยเหล่านี้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่อยู่ในเอเชีย” คริส ริชาร์ดสัน นักเศรษฐศาสตร์ของดีลอยท์ออสเตรเลีย กล่าว

โครงสร้างทางประชากรใหม่ – ความท้าทายใหญ่ของไทย

สำหรับโครงสร้างประชากรของประเทศไทย กำลังเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ กล่าวคือ อัตราการเติบโตของประชากรของไทยลดลง ขณะที่ประชากรสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยสำคัญคือ อัตราการเกิดที่ต่ำมาก คือต่ำกว่าอัตราการเกิดทดแทนที่ 2.1 คน ต่อเนื่องมาถึงสองทศวรรษแล้ว ประเทศไทยเคยมีอัตราการเกิดสูงสุดเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็ลดต่ำลงเรื่อยๆ ถึงขั้นอัตราเกิดเหลือเพียง 1 ใน 3  ผลสะท้อนออกมาในปัจจุบันคือ คนไทย 1 ใน 10 คน อายุ เกิน 65 ปี และคาดว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า อัตราส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 5

ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโอกาสทางธุรกิจ วงการธุรกิจต้องศึกษาให้ถี่ถ้วนเพื่อค้นหาโอกาสดีทางๆธุรกิจต่อไป  ไม่เพียงแค่ผลกระทบต่อภาคเอกชน  สำหรับภาครัฐเอง รัฐบาลก็ต้องจัดสรรงบประมาณมาดูแลบริหารจัดการเช่นกัน

“ทั่วโลกมองว่าเรามีศักยภาพที่จะเจริญเติบโตต่อไปสูงมาก และก็เป็นอะไรที่เรามองว่าเราไปถึงได้ แต่ศักยภาพคงจะเกิดขึ้นยากหากเราไม่มีประชากรวัยหนุ่มสาวมาผลักดันให้เป็นความจริง ดังนั้นเราต้องกระตุ้นให้มีอัตราการเกิดที่สูงขึ้น เพื่อทดแทนแรงงานปัจจุบันที่กำลังจะกลายเป็นประชากรสูงวัยในอนาคตอันใกล้นี้” นายสุภศักดิ์ กฤษณามระ กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าว

อินเดีย – มหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายใหม่

หลายทศวรรษที่ผ่านมา อาจจะเป็นยุคของญี่ปุ่น ตามมาด้วยจีน แต่จากนี้ไปวงการธุรกิจของโลกจะต้องหลีกทางให้อินเดีย ซึ่งเรียกว่าเป็นคลื่นลูกที่สามของเอเชียก็ว่าได้ เพราะอินเดียมีความได้เปรียบเทียบทางด้านโครงสร้างประชากรเหนือประเทศอื่นๆ  กล่าวคือ ขณะนี้อินเดียมีประชากรวัยแรงงาน 885 ล้านคน ซึ่งจะเพิ่มเป็น 1,080 ล้านคน ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า และจะมีจำนวนสูงกว่าพันล้านคนและต่อเนื่องยาวนานไปอีกกว่าครึ่งศตวรรษ

อานิสจักรวาร์ที นักเศรษฐศาสตร์ของดีลอยท์อินเดีย อธิบายว่า “วัยแรงงานของเอเชียในทศวรรษหน้านี้ กว่าครึ่งหนึ่งจะมาจากอินเดีย แต่ประเด็นไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนประชากรเท่านั้น แต่แรงงานเหล่านี้จะเป็นแรงงานผ่านการศึกษาอบรมมาดีกว่าแรงงานอินเดียในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้นแรงงานผู้หญิง จะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น กล่าวโดยสรุปคือ แรงงานจากอินเดีย จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นพร้อมกับความตั้งใจที่จะทำงานนานขึ้นกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่าอินเดียมีโอกาสงดงามรออยู่”

นอกจากอนาคตอันสดใสของอินเดียจะยาวนานไปอีกหลายทศวรรษและเป็นผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นกับโลกแล้ว อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก็มีประชากรวัยแรงงานหนุ่มสาวเช่นกัน  นั่นก็หมายถึงว่าโอกาสของสองประเทศนี้ก็มีความสดใสไม่แพ้กัน

โอกาสใหม่ๆที่มาพร้อมกับสังคมสูงวัย            

โครงสร้างสังคมสูงวัยมีปัจจัยเร่งสามด้านที่กระตุ้นให้เกิดโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจในเอเชีย ได้แก่

ประชากรสูงวัยในเอเชียขยายตัวเร็วมาก  ภายในกลางศตวรรษนี้  จำนวนประชากรที่อายุ 65 ปีขึ้นไป ในเอเชียจะพุ่งสูงเกินหนึ่งพันล้านคน ผลที่ตามมาคือเงินที่ต้องใช้ดูแลคนเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเร็วยิ่งกว่าการโตของประชากรสูงวัยของเอเชียเสียอีก  โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล เทคโนโลยีใหม่ๆกับการบริหารจัดการอาการป่วยเรื้อรัง เหล่านี้จะส่งให้ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นกว่าค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ  และ ท้ายที่สุด โอกาสทางธุรกิจของภาคเอกชนก็ยังสามารถเจริญเติบโตได้อยู่  เพราะงบประมาณของรัฐบาลในการดูแลประชากรสูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น  หมายถึงค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่ผู้จ่ายภาษีต้องแบกรับนั้นก็จะลดลงไปด้วยในอนาคตไม่กี่ทศวรรษจากนี้ไป

“ประชากรสูงวัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพ ตั้งแต่การวินิจฉัยโรค ยาและเครื่องมือต่างๆ ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชาการที่เปลี่ยนไป ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีแรงกดดันให้ปรับปรุงระบบการดูแลสุขภาพให้ทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของคนไข้” ดร. ลก ไว ชง ลีดเดอร์ ธุรกิจด้านดูแลสุขภาพ ของดีลอยท์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  กล่าว

“ถึงแม้การเพิ่มขึ้นของประชาการสูงวัยจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย  แต่ดิจิทัลและเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยที่เข้ามาตอบโจทย์ด้านเฮลธ์แคร์  ระบบสุขภาพในภูมิภาคของเราควรต้องมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการดูแลสุขภาพไปสู่ระดับสูง สมราคากับค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพที่แพงมากขึ้นทุกวัน” ดร. ลก กล่าว

ทสึโยชิ โอยามา นักเศรษฐศาสตร์ ของดีลอยท์ญี่ปุ่น กล่าวว่า ความต้องการของกลุ่มประชากรสูงวัยไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาลเท่านั้น

“ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าในญี่ปุ่น  กลุ่มประชากรสูงวัยส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจหลายอย่างนอกจากเรื่องการรักษาพยาบาล  การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรสูงวัยในญี่ปุ่นทำให้ความต้องการของผู้บริโภคและธุรกิจที่จะมาตอบสนองเปลี่ยนไป  ผู้สูงวัยในญี่ปุ่นยังต้องการ สินค้าอุปโภคบริโภคสำหรับคนสูงวัย บ้านหรือที่อยู่อาศัยที่ออกแบบให้เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยสูงอายุ ตลอดจนสวัสดิการทางสังคมและการบริหารด้านการเงินและระบบประกันภัยและประกันชีวิตด้วย”

ประเทศต่างๆจะลดผลกระทบของสังคมสูงวัยได้อย่างไร

สังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องใหม่ ญี่ปุ่นเคยเผชิญกับความท้าทายเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน  คำทำนายที่ว่าอินเดียจะเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนทะยานขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายใหม่นั้น ก็ไม่ได้มีอะไรยืนยันหรือรับรองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ตรงกันข้ามศักยภาพที่มีอยู่ต้องมีโครงการหรือมาตรการอื่นๆมาสนับสนุนด้วย จึงจะบรรลุความสำเร็จได้ หาไม่แล้ว การขยายตัวอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรจะส่งให้เกิดการว่างงาน จนนำไปสู่ความวุ่นวายทางสังคมหรือการเมืองในที่สุด

มาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเอเชียในอนาคต

  • ยืดอายุเกษียณออกไปทุกวันนี้งานที่ต้องอาศัยแรงงานหนักๆมีจำนวนน้อยลง แต่อายุขัยเฉลี่ยคนเรากลับยืนยาวขึ้น มีผลต่ออายุการทำงานที่ยาวนานมากขึ้น  ปัจจุบันค่าตอบแทนที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้คนต้องการทำงานนานขึ้น ดังนั้น การยืดอายุเกษียณออกไปน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับสังคมสูงอายุก็ได้ โดยเฉพาะในฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีและจีน ที่กำลังจะเจอกับผลกระทบที่เกิดจากสังคมสูงอายุ

  • ผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น – เอเชียมีปัญหาอย่างหนึ่งคือ ผู้หญิงอยู่ในตลาดแรงงานน้อยกว่าผู้ชาย และช่องว่างนี้กว้างมาก ถ้ามีผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้นก็จะช่วยลดปัญหาสืบเนื่องจากสังคมสูงอายุได้

  • เปิดรับแรงงานอพยพ – ปี 2560 แรงงานอพยพ กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่มีการถกเถียงกันอย่างแพร่หลาย แต่รายได้ของแรงงานเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาล ดังนั้นประเทศที่ประสบปัญหาอัตราการเกิดต่ำ ควรต้องเปิดประตูรับแรงงานอพยพจากชาติอื่น เพราะการเปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวที่มีทักษะสูงเข้ามาทำงานในประเทศ จะช่วยให้สามารถรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้ต่อไป ประเด็นที่สำคัญคือ นโยบายรัฐ และราคาอสังหาริมทรัพย์ จะเอื้อให้กับการเปิดรับผู้อพยพเข้ามาในจุดที่พอดีหรือเหมาะสมที่ตรงไหน

  • เพิ่มความสามารถในการผลิตความสามารถในการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจพอๆกับโครงสร้างทางประชากร รัฐบาลควรให้ความสำคัญเรื่องระบบการศึกษาควบคู่กับการพัฒนาทักษะของแรงงานปัจจุบัน เพื่อรองรับเทคโนโลยี ใหม่ๆที่กำลังถาโถมเข้าสู่สังคม

สังคมสูงวัยในเอเชียจะทำให้เกิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการธุรกิจของเอเชียและของโลกด้วย – กล่าวโดยสรุป คือ หลายประเทศมีโอกาสใหม่เพราะโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ขณะที่ประเทศไทยต้องเร่งหาทางปรับตัวให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น สังคมสูงวัยยังนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆในวงขึ้น ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะการรักษาพยาบาลเท่านั้น

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ_https://www.prachachat.net/economy/news-41882

 

Share this Post:
View article: 2